เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 69 “เดลินิวส์ออนไลน์” จะพาทุกคนมาย้อนเหตุการณ์สุดเดือดซอยรามคำแหง 53 หลังชาวมุสลิมรวมตัวไม่พอใจชาวมุสลิมคนหนึ่ง ชื่อ “เลาะห์” หรือที่รู้จักในชื่อ “มาดาม” ซึ่งเป็น LGBTQ+ ปมแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม ที่หมิ่นศาสนาอิสลาม

โดยสถานการณ์ความตึงเครียด ที่บริเวณซอยรามคำแหง 53 หลังมีมวลชนนับพันคนรวมตัวกัน เพื่อกดดันให้ “เลาะห์” หรือที่รู้จักในชื่อ “มาดาม” ซึ่งเป็น LGBTQ+ ออกมาแสดงความรับผิดชอบ มีการไลฟ์มีเนื้อหาดูหมิ่นคัมภีร์อัลกุรอานและหมิ่นศาสนาอิสลาม

ชนวนเหตุสำคัญเริ่มต้นขึ้นเมื่อประมาณ 3-4 วันก่อนหน้านี้ จากการที่มีผู้หวังดีออกมาตักเตือนกลุ่มสาวสองมุสลิม เกี่ยวกับการสวมใส่ฮิญาบ หรือ ผ้าคลุมผม โดยอ้างอิงตามศาสนา ห้ามชายแต่งกายเลียนแบบหญิง ซึ่งหนึ่งในบุคคลที่เป็นประเด็นหลักคือ “เลาะห์” แต่สถานการณ์กลับพลิกผันและบานปลาย เมื่อมีการไลฟ์สดพูดคุยกันระหว่างกลุ่มสาวสองกับฝ่ายที่มาตักเตือน แม้ฝ่ายตักเตือนจะอธิบายด้วยท่าทีสุภาพ แต่เลาะห์ ก็แสดงพฤติกรรมตอบโต้ที่ไม่เหมาะสม และจุดที่สร้างความสะเทือนใจแก่ชาวมุสลิมมากที่สุด คือ การนำบทอ่านในอัลกุรอานมาดัดแปลงอย่างหยาบคาย โดยเปลี่ยนคำสรุปท้ายของโองการ อัลฟาติฮะ (Al-Fatiha) ซึ่งเป็นโองการสำคัญที่ใช้ในการละหมาด จาก “วาลัฎฎอ ลีน” เป็น “วาลัฎฎอ ฮายิง”

โดยในคลิปเหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นกระแสไวรัลอย่างมาก ครอบคลุมทั้งไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย บรูไนดารุสซาลาม  และลุกลามไปยังแถบอาหรับ ที่แสดงความรู้สึกโกรธเคืองอย่างหนัก เพราะอัลกุรอานเป็นสิ่งที่มุสลิมเคารพ และในตอนแรก เลาะห์ ยังท้าทายผ่านโลกโซเชียลมีเดีย จึงทำให้ความโกรธแค้นยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

จนกระทั่งมีการตามหาตัวจนพบว่า “เลาะห์” อยู่ในพื้นที่ซอยรามคำแหง 53 ทำให้ประธานชุมชนสุเหร่าจระเข้จึงได้นัดหมายให้มาพูดคุยเจรจา เนื่องจากหากปล่อยไว้สถานการณ์จะควบคุมไม่ได้ แต่เมื่อข่าวแพร่ออกไป จึงทำให้มวลชนนับพันคนแห่กันมาปิดล้อมพื้นที่จนเกิดความวุ่นวาย ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้าระงับเหตุเพื่อป้องกันการปะทะ

อย่างไรก็ตาม ภายใต้บรรยากาศที่กดดัน “เลาะห์” ได้สำนึกผิดและได้ขอโทษ โดยยินยอมทำตามข้อเรียกร้องของมวลชน เพื่อแสดงความจริงใจและสำนึกผิด คือ การตบปากตนเอง และ ยอมโกนศีรษะ ต่อหน้ามวลชน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถนำตัว “เลาะห์” ฝ่าวงล้อมมวลชนออกไปจากจุดเกิดเหตุอีกด้วย..

ขอบคุณรูปภาพ : บังซัน ดูไบ