เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 69 ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย เป็นประธานมอบนโยบายและติดตามการขับเคลื่อนภารกิจของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) โดยมี นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน
นายวรศิษฎ์ ในฐานะสั่งและปฏิบัติราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กล่าวว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เป็นหน่วยราชการขนาดเล็กที่ยิ่งใหญ่ หากเปรียบรัฐบาลเป็นจุดศูนย์กลางขับเคลื่อนร่างกายท้องถิ่นเปรียบเสมือนเส้นเลือดที่ไปหล่อเลี้ยงทุกอวัยวะในร่างกายของพวกเรา อปท. คือหน่วยแรกที่จะต้องชนกับปัญหาที่จะต้องคอยให้บริการดูแลพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ไม่ว่าเรื่องสาธารณภัย ความปลอดภัย การใช้รถใช้ถนน ท้องถิ่น คือด่านแรกที่จะต้องเข้าไปติดต่อประสานงานกับประชาชน
ขอมอบภารกิจที่สำคัญ 2 ประการ คือ 1. ต้องกล้าที่จะทำงานในสิ่งที่ตนเองทำได้ มีความแม่นยำในการใช้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย เพื่อโอกาสและผลประโยชน์ของประชาชน 2. บูรณาการภารกิจของทุกกรมในสังกัดกระทรวงมหาดไทยสนับสนุนภารกิจของ อปท. ในทุกเรื่อง เพื่อทำให้การบริการและดูแลคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนเป็นไปอย่างเต็มประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน อาทิ การจัดการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทุกภัยพิบัติที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ รวมถึงการให้บริการสาธารณูปโภค (ประปา) และปัญหายาเสพติด

นายพลพีร์ รมช.มหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยเป็นกระทรวงเดียวที่ รมช.มหาดไทย ทั้ง 3 คน ลงพื้นที่ไปติดตามการขับเคลื่อนภารกิจและมอบนโยบายให้กับกรมและรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทยไปพร้อมกัน ด้วยเพราะเราให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการงานท้องถิ่นเพื่อประโยชน์ประชาชน พร้อมมอบแนวทางการขับเคลื่อนภารกิจรวม 7 ประการ ได้แก่ 1. ขอให้ สถ. ร่วมกับ อปท. ทั่วประเทศ พิจารณากฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบต่าง ๆ ที่เป็นอุปสรรคในการปฏิบัติราชการในปัจจุบัน เพื่อปรับปรุงแก้ไข อันจะทำให้การพัฒนาพื้นที่ให้กับพี่น้องประชาชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ 2.พิจารณาวางแผนแนวทางการบริหารจัดการตามร่างกฎหมายภาษีบ้านเกิด เพื่อให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึงในทุกท้องถิ่น
3. พิจารณาดำเนินการติดตั้งระบบไฟฟ้าพลังงานสะอาด ซึ่งสามารถจัดทำข้อตกลงความร่วมมือกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ซึ่งสามารถลดค่าใช้จ่ายพลังงานไฟฟ้าได้มากถึง 20% และนำเงินงบประมาณส่วนดังกล่าวไปดำเนินโครงการกิจกรรมเพื่อประโยชน์ประชาชน 4. ศึกษาและวางแผนการดำเนินการด้านพัฒนาประปาหมู่บ้าน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงน้ำประปาที่สะอาดและเพียงพอ และต้องบันทึกข้อมูลในระบบ Thai Water Plan อย่างครบถ้วน พร้อมทั้งดำเนินโครงการต่าง ๆ ให้เป็นไปตามแผนงานที่กำหนดไว้
นายพลพีร์ กล่าวต่อว่า 5. ดำเนินการเบิกจ่ายงบประมาณประจำปีงบประมาณให้เป็นไปตามแผนการใช้จ่ายงบประมาณ ด้วยการเตรียมความพร้อมเอกสารทางธุรการเพื่อดำเนินการให้รวดเร็ว แก้ไขปัญหาประชาชนได้ทันท่วงที มีประสิทธิภาพ 6. เตรียมความพร้อมดำเนินโครงการเพื่อรองรับการบริการประชาชนในอนาคต อาทิ solar power grid และศูนย์พักคนชรา เพื่อประโยชน์ของประชาชน และ 7. การจัดการขยะ ต้องดำเนินการให้เป็นตามกฎหมายเพราะการบริหารจัดการขยะจำเป็นต้องใช้งบประมาณในการบริหารจัดการ ซึ่งหากสามารถบริหารจัดการได้ดี ทั้งในแง่การจัดเก็บและการจัดการ จะทำให้ขยะกลายเป็นทองที่มีมูลค่า อาทิ การผลิตไฟฟ้า และต่อยอดด้านต่าง ๆ เพื่อเกิดงบประมาณสำหรับกลับคืนสู่ท้องถิ่นและกลับสู่ประชาชน

นายเจเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย กล่าวว่า วันนี้ท้องถิ่นอยู่ในทุกบทบาท ประเทศไทยจะเข้มแข็งได้ ท้องถิ่นต้องเข้มแข็ง ประเทศจะแข็งแรงได้ ท้องถิ่นต้องแข็งแรง พร้อมฝาก สถ. และ อปท. ให้ความสำคัญในการดำเนินการ 3 ด้าน ได้แก่ 1. การจัดการภัยพิบัติ เพราะท้องถิ่นเป็นด่านแรก เป็นแนวหน้าเผชิญเหตุ เผชิญภัย ต้องก้าวข้ามข้อจำกัดทางราชการ เพราะการขอรับการสนับสนุนอุปกรณ์จากส่วนกลาง ไม่ทันต่อเหตุการณ์ จึงต้องดำเนินการให้เกิดประโยชน์ด้านการป้องกันสาธารณภัยตามกฎหมายว่าด้วยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอย่างเต็มศักยภาพ 2. อปท. และการประปาส่วนภูมิภาค ต้องร่วมมือกันอย่างแนบแน่น ในการบริการระบบสาธารณูปโภค (ประปา) ซึ่งเป็นผลจากการกระจายอำนาจ เพราะวันนี้มีประปาหมู่บ้านทั่วประเทศ แต่ยังขาดบุคลากร อาทิ วิศวกรหรือผู้เชี่ยวชาญด้านสารเคมี มาตรวจสอบหรือติดตามคุณภาพน้ำ ที่ถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างมาก เพราะเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตประชาชน ต้องทำให้ประชาชนเข้าถึงน้ำที่สะอาดควบคู่การบริหารจัดการที่เป็นระบบ
3. “ใช้ดุลพินิจตามกฎหมาย” และหากกฎหมายใดล้าสมัยให้เสนอ ถอดบทเรียน มาเพื่อแก้ไขให้สอดรับกับบริบทการทำงานปัจจุบัน เพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชน





