วันที่ 11 พ.ค. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. และ พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. พร้อมเจ้าหน้าที่ พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ. สั่งการ พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปพ. และ บก.สอท.1 ร่วมกันจับกุมนายวทัญญู หรือ เกมส์ อายุ 30 ปี ชาวจังหวัดพิษณุโลก ผู้ต้องหา 2 หมายจับศาลอาญามีนบุรีที่ จ.564/2569 ลงวันที่ 1 เม.ย. 69 ข้อหา “เป็นผู้สนับสนุนในความผิดฐาน ร่วมกันฉ้อโกงฯ, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จฯ, และเป็นผู้เปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้องโดยประการที่รู้หรือควรจะรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี” และศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ 217/2567 ลงวันที่ 5 มี.ค. 67 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงฯ, และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จฯ, เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยไม่ได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด” โดยจับกุมได้บริเวณริมถนนสาธารณะหน้าเรือนจำจังหวัดนนทบุรี ขณะที่ผู้ต้องหากำลังจะได้รับการปล่อยตัวจากคดีก่อนหน้านี้
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากกลุ่มมิจฉาชีพได้ใช้วิธีการหลอกลวงผ่านเฟซบุ๊ก สร้างบัญชีปลอมแอบอ้างชื่อและรูปภาพของบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการการเงินเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนจะดึงเหยื่อเข้ากลุ่มไลน์ที่ตั้งชื่อให้ดูเป็นสถาบันสอนการลงทุน ภายในกลุ่มจะมีหน้าม้าที่แฝงตัวเป็นนักลงทุน คอยส่งภาพกราฟผลกำไรและสลิปการโอนเงินปลอม เพื่อกระตุ้นความโลภและสร้างบรรยากาศว่าสามารถทำกำไรได้จริง จนเหยื่อหลงเชื่อโอนเงินเข้าสู่ระบบที่กลุ่มคนร้ายสร้างขึ้น
โดยอ้างว่าเป็นบัญชีเงินทุนสำหรับเทรดหุ้นทั้งในและต่างประเทศ หนึ่งในผู้เสียหายที่ได้รับความเสียหายหนักที่สุด คือนักลงทุนที่มีประสบการณ์ในตลาดหุ้นมานานกว่า 20 ปี แต่กลับหลงเชื่อกลอุบายที่แยบยลนี้ เนื่องจากคนร้ายมีการส่งหนังสือ “เด็กวัดดอน” ของจริงไปให้ถึงบ้านเพื่อซื้อใจ ก่อนจะชักชวนให้ลงทุนในหุ้นฮ่องกงและอ้างว่ามีพันธมิตรเป็นธนาคารระดับโลก เมื่อเหยื่อเริ่มโอนเงินลงทุนในหลักล้านบาทและมียอดกำไรปรากฏในระบบเป็นจำนวนมาก จนอยากถอนเงินออกมา มิจฉาชีพจะเริ่มใช้กลโกงขั้นต่อไปด้วยการอ้างว่า “บัญชีถูกอายัด” จาก ก.ล.ต. ต่างประเทศ และบีบให้เหยื่อต้องโอนเงินค่าปรับ ค่าภาษี และค่าธรรมเนียมการถอนเงิน รวมเป็นเงินกว่า 26 ล้านบาท ท้ายที่สุดเมื่อโอนไปแล้วกลับไม่สามารถติดต่อได้และไม่ได้เงินคืนแม้แต่บาทเดียว
จากการสอบสวน นายวทัญญู เบื้องต้นให้การภาคเสธ โดยยอมรับเพียงว่าเป็นผู้เปิดบัญชีธนาคาร 4 บัญชี และร่วมเปิดห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) ญาดา โมบาย เซอร์วิส ตามคำชักชวนของคนรู้จักที่อ้างว่าจะนำไปใช้รับโอนเงินและหลบเลี่ยงภาษีธุรกิจสกรีนผ้าใบ โดยตนได้รับค่าตอบแทนเพียง 2,000 บาท และไม่ทราบมาก่อนว่าจะถูกนำไปใช้หลอกลวงผู้อื่น
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อเนื่องจากพฤติการณ์มีความซับซ้อนและมีการโอนเงินผ่านบัญชีผู้ต้องหาซ้ำหลายครั้ง อีกทั้งจากการตรวจสอบระบบฐานข้อมูลพบว่าผู้ต้องหายังมีหมายจับในคดีลักษณะเดียวกันนี้ติดตัวอยู่อีกหลายท้องที่
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) จึงขอฝากเตือนประชาชนว่า “ผลตอบแทนที่ง่ายเกินจริง มักซ่อนราคาที่ต้องจ่ายไว้เสมอ” การลงทุนใดๆ ที่มีการการันตีผลกำไรสูงในระยะเวลาสั้นๆ หรือการแอบอ้างชื่อบุคคลชื่อดังโดยให้โอนเงินเข้าบัญชีบุคคลธรรมดาหรือบัญชี หจก. ที่ไม่คุ้นเคย ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นมิจฉาชีพ หากพบเห็นพฤติกรรมน่าสงสัยควรรีบระงับการโอนเงินและแจ้งความดำเนินคดีทันที โดยเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายวทัญญูส่งพนักงานสอบสวน กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดต่อไป.



