วันที่ 12 พ.ค. นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า โครงการ “ไทยช่วยไทย” ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา และมีแผนดำเนินการต่อเนื่องอย่างเป็นรูปธรรม ล่าสุดวันที่ 12 พ.ค. ได้เริ่มพาณิชย์รถพุ่มพวง ขยายความร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทยในการเปิดจุดจำหน่ายสินค้าในพื้นที่อำเภอต่าง ๆ ทั่วประเทศกว่า 800 อำเภอ รวมถึงทำงานร่วมกับไปรษณีย์ไทย เพื่อใช้เป็นจุดกระจายสินค้าและอำนวยความสะดวกในการสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังเตรียมแผนรองรับโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ซึ่งจะมีการนำงบประมาณจาก พ.ร.ก.กู้เงิน มาใช้ในการจับจ่ายใช้สอยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม

ทั้งนี้ ในปัจจุบันมีผู้ประกอบการร่วมโครงการไทยช่วยไทยกว่า 10,000 ราย ซึ่งทางกระทรวงได้ทำการคัดกรองผู้ประกอบการที่มีความเหมาะสมทั้งขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก โดยมีการสนับสนุนในเรื่องของงบประมาณตามขนาดของร้านค้า (บัตรเติมน้ำมัน) เช่น รถกระบะ 3,000 บาทต่อเดือน รถสามล้อ 1,500 บาทต่อเดือน และจักรยานยนต์พ่วงข้าง 1,000 บาทต่อเดือน เพื่อช่วยเสริมศักยภาพในการกระจายสินค้าให้ถึงมือประชาชน โดยในระยะแรกได้เริ่มต้นจากเครือข่ายร้านค้ากว่า 300 แห่ง ก่อนจะขยายตัวไปสู่ระดับอำเภอ

สำหรับแผนงานในระยะกลางและระยะยาว จะมีการดึงสินค้าจากวิสาหกิจชุมชน และสินค้า Social Enterprise (SE) เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ เพื่อสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้กับท้องถิ่น โดยมีการบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ดังนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) โดยกระทรวงอุตสาหกรรม เข้ามาช่วยดูแลเรื่องคุณภาพและมาตรฐานของสินค้าอุปโภคบริโภค

นอกจากนี้ทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ส่งเสริมคุณภาพมาตรฐานและการพัฒนาสินค้า SE ให้มีความพร้อมในการกระจายไปทั่วประเทศ, กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เตรียมต่อยอดนำสินค้า SE ที่มีศักยภาพและผ่านเกณฑ์มาตรฐานส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ (โกอินเตอร์)

“โครงการนี้ถือเป็นการบูรณาการมาตรการระยะสั้นในการดูแลค่าครองชีพ และมาตรการระยะยาวในการสร้างความเข้มแข็งให้กับสินค้าชุมชนและเอสเอ็มอี ไปพร้อม ๆ กัน เพื่อให้เศรษฐกิจฐานรากเติบโตอย่างยั่งยืน”

นางศุภจี กล่าวถึงสถานการณ์ราคาสินค้าและปัญหาเงินเฟ้อว่า กระทรวงพยายามเข้าไปดูแลตั้งแต่ต้นทาง โดยเฉพาะสินค้าที่เป็นวัตถุดิบพื้นฐาน เช่น น้ำมันพืช น้ำปลา ซอสปรุงรส น้ำตาล ไข่ไก่ และข้าวสาร เพื่อให้ร้านค้าสามารถจำหน่ายสินค้าจำเป็นในราคาที่ประชาชนเข้าถึงได้ พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากร้านค้าให้ช่วยกันบริหารจัดการราคาเพื่อให้เป็นประโยชน์แก่ประชาชนในระยะยาว แม้จะเข้าใจถึงภาระต้นทุนของผู้ประกอบการก็ตาม

สำหรับโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ : พาณิชย์รถพุ่มพวง ลดราคาช่วยประชาชน” มีเป้าหมายดำเนินการต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 3 เดือน เพื่อให้สอดรับกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและลดภาระค่าครองชีพของรัฐบาลในช่วงเดียวกัน เช่น โครงการคนละครึ่งพลัส โดยในระยะแรกจะดำเนินการระหว่างวันที่ 15 พฤษภาคม-14 มิถุนายน 2569 รวมระยะเวลา 30 วัน