วันนี้ ( 12 พ.ค.) นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 หลังได้มีการหารือกับทางนายกรัฐมนตรี ว่า ในเบื้องต้นทางกรมประชาสัมพันธ์จะเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในการจัดการ แล้วจะทำแผนเสนอมาทางสำนักงาน กสทช. โดยจะของบสนับสนุนจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กองทุน กทปส.) เหมือนการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกครั้งที่แล้วหรือไม่ ซึ่งก็เป็นทางเลือกหนึ่ง แต่ยังไม่ทราบว่าจะมีการขอสนับสนุนงบมาหรือไม่ เป็นวงเงินเท่าใด ทั้งนี้หากขอสนับสนุนมาต้องมีการพิจารณาในบอร์ด กสทช. โดยต้องรอทางกรมประชาสัมพันธ์เสนอแผนมาก่อน
นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า เรื่องการซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ยังไม่ทราบรายละเอียดว่าจะมีอะไรบ้าง ต้องรอผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าจะมีมติออกมาอย่างไร หากจะของบสนับสนุนจากสำนักงาน กสทช. ในการซื้อลิขสิทธิ์ ก็ต้องนำเรื่องเข้าบอร์ด กสทช. เป็นผู้พิจารณา
ด้านแหล่งข่าวจากสำนักงาน กสทช. กล่าวว่า หากทางรัฐบาลจะมีการของบสนับสนุนมา ก็ต้องนำเข้าสู่บอร์ด กสทช. เพื่อพิจารณาว่าจะเห็นชอบหรือไม่ และต้องดูว่าจะใช้งบจากกองทุน กทปส. ส่วนไหน เนื่องจากมีอยู่หลายกองทุน ซึ่งแต่ละกองทุนมีวงเงินและวัตถุประสงค์การใช้งานไม่เท่ากัน ส่วนบอร์ดจะมีทิศทางการพิจารณาอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของบอร์ดแต่ละท่าน และต้องดูว่าขอสนับสนุนมาเท่าใด หากขอสนับสนุนจำนวนเงินไม่มาก เช่น หลักสิบหรือร้อยล้านต้นๆ อาจจะอนุมัติก็ได้
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันสำนักงาน กสทช. ได้นำกีฬาฟุตบอลโลกออกจากกฎ Must Have แล้ว จึงไม่ได้บังคับให้ผู้ซื้อลิขสิทธิ์ต้องถ่ายทอดผ่านฟรีทีวีอีกต่อไป ดังนั้นจึงเป็นเรื่องของภาคเอกชนว่าจะซื้อลิขสิทธิ์หรือไม่ แต่เนื่องจากค่าลิขสิทธิ์สูงถึง 1,500-1,600 ล้านบาท เอกชนคงต้องคำนึงถึงความคุ้มทุน หากคาดว่าจะขาดทุนคงไม่มีใครซื้อ ขณะเดียวกันหากรัฐบาลมีการของบสนับสนุนมา ก็ถือเป็นเรื่องที่หนักใจของบอร์ด เพราะการสนับสนุนงบซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกครั้งที่แล้วที่ประเทศกาตาร์ จำนวน 600 ล้านบาท ยังมีปัญหาในการถ่ายทอดสดหลายเรื่อง รวมถึงปัญหากับการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และเอกชนที่ยังไม่จบสิ้น โดยมีการขอเงินสนับสนุนคืนอยู่
“คงต้องดูแผนของกรมประชาสัมพันธ์ว่าจะมีแนวทางอย่างไร จะระดมทุนหางบสนับสนุนจากเอกชนได้หรือไม่ หรือจะทำแบบไหน ดังที่ท่านนายกรัฐมนตรีกล่าวว่าเป็นเรื่องของเอกชนที่จะหาการสนับสนุนได้ครบหรือไม่ อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่ไม่ของบสนับสนุนจากการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ที่มีกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ หรือให้ทาง กกท. เป็นผู้ดำเนินการเหมือนครั้งที่แล้ว เข้าใจว่าตามกฎหมายไม่สามารถทำได้ เนื่องจากผิดวัตถุประสงค์ เพราะไม่มีนักกีฬาไทยเข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลโลกด้วย”



