วันที่ 12 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการเดินทางไปเจรจาความร่วมมือทางการค้า และชี้แจงกับสหรัฐเรื่องประเด็นการสอบสวนไทยข้อหาการค้าที่ไม่เป็นธรรมตามมาตรา 301 ของกฎหมายการค้าสหรัฐว่าในขณะนี้ทีมงานฝ่ายไทยยังคงพำนักอยู่ที่สหรัฐฯ เพื่อหารือในรายละเอียดทางเทคนิคกับทางสหรัฐในประเด็นที่มีการสอบสวนอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ฝ่ายสหรัฐให้ความสนใจมี 2 เรื่องหลัก คือ เรื่องกำลังการผลิตส่วนเกิน และประเด็นแรงงานบังคับ ซึ่งในเบื้องต้นฝ่ายไทยได้ส่งเอกสารคำชี้แจงในทุกประเด็นอย่างละเอียดไปเรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่ 15 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยมีความเชื่อมั่นว่าข้อมูลที่นำเสนอไปนั้นมีความชัดเจนและครบถ้วน และทั้งสองฝ่ายยังคงยืนยันเจตนารมณ์ร่วมกันที่จะผลักดันการค้าให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดต่อทั้งสองประเทศต่อไป

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังได้เร่งรัดการเจรจาในส่วนของ กรอบความตกลงทางการค้าและการลงทุน ซึ่งเป็นประเด็นที่ค้างคามาตั้งแต่รัฐบาลชุดก่อน รัฐบาลไทยและสหรัฐพร้อมจะผลักดันเรื่องนี้ร่วมกันโดยตั้งเป้าหมายที่จะดำเนินการในส่วนนี้ให้แล้วเสร็จก่อนที่จะมีการเริ่มกระบวนการไต่สวนตามมาตรา 301 (Section 301) ของกฎหมายการค้าสหรัฐ ต่อไป

สำหรับประเด็นที่ผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) แสดงความกังวลเรื่องการเกินดุลการค้าของประเทศไทยที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมานั้น นางศุภจีได้ชี้แจงข้อเท็จจริงว่า สินค้าที่ทำให้ไทยได้ดุลการค้าสหรัฐเพิ่มขึ้นนั้น อย่างน้อย 30%  เป็นสินค้าที่ผลิตโดยบริษัทของสหรัฐเองที่เข้ามาลงทุนตั้งฐานการผลิตในประเทศไทย และอีกกว่า 20% เป็นสินค้าจากผู้ประกอบการไทย

นอกจากนั้นได้มีการชี้แจงให้สหรัฐทราบถึงการป้องกันการสวมสิทธิส่งออก (Transshipment) หรือการนำสินค้าจากประเทศที่สามมาผ่านไทยเพื่อส่งออกไปยังสหรัฐ โดยยืนยันว่ารัฐบาลไทยมีข้อมูลและเอกสารหลักฐานที่ชัดเจนในการอธิบายข้อเท็จจริงทุกประการ เพื่อพิสูจน์ความโปร่งใสในกระบวนการส่งออกของไทย โดยเรื่องนี้ได้มีการเน้นย้ำเพื่อให้สหรัฐคลายความกังวล และมีความมั่นใจว่าประเทศไทยได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้