เมื่อวันที่ 12 พ.ค. จากกรณีนายโยชน์ สายน้อย อายุ 58 ปี ได้เข้าไปหาของป่าบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ก่อนถูกทหารกัมพูชาจับตัวไปดำเนินคดี และรอขึ้นศาล ที่ จ.อุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา ผ่านมากว่า 17 วัน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดนายนิรันดร์ สุนทรศิริ นายอำเภอกาบเชิง ได้ออกประกาศขอความร่วมมือประชาชนทั่วไป งดเข้าพื้นที่ป่าชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ และประชาชน โดยปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

โดยในประกาศ ระบุว่า เนื่องจากเป็นพื้นที่ควบคุมยังไม่ปลอดภัย อาจมีวัตถุระเบิด ทุ่นระเบิด กระสุนปืนตกค้าง รวมทั้งกองกำลังจากนอกประเทศ ทั้งนี้การเข้าไปถ่ายภาพสถานที่หรือที่ตั้งทางทหาร อาจเป็นความผิดทางกฎหมาย เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และประชาชน จึงขอความร่วมมืองดเข้าพื้นที่ ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

นายนิรันดร์ กล่าวว่า ตามที่มีชาวบ้านสูญหายไป ทางอำเภอได้รายงานเหตุให้กับ ผวจ.สุรินทร์ ทราบ และได้ประสานกับทางทหาร ศูนย์ประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชา ตอนนี้ชาวบ้านถูกควบคุมตัวอยู่ที่ จ.อุดรมีชัย ต้องรอให้ทางกัมพูชาดำเนินคดีเสร็จสิ้นก่อน ทางฝ่ายความมั่นคงจะได้มีการประสานขอส่งตัวกลับอีกครั้ง

ส่วนทาง อ.กาบเชิง ได้มีการออกประกาศห้ามประชาชนเข้าพื้นที่ป่าชายแดน จริงๆ ออกประกาศนานแล้วตั้งแต่มีสถานการณ์รอบแรก แต่เป็นการประกาศย้ำ เกรงประชาชนจะลืม ในส่วนของอำเภอและในส่วนของเขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าห้วยทับทัน-ห้วยสำราญ ก็ออกประกาศอยู่แล้วเช่นกัน จึงขอความร่วมมือประชาชนด้วย.