เมื่อไม่นานมานี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานกลโกงล่าสุดของมิจฉาชีพที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ขโมยอัตลักษณ์บุคคลจากภาพถ่ายที่มีการโชว์รอยนิ้วมือเพื่อนำไปสวมรอยทพธุรกรรมและปลดล็อกอุปกรณ์
รายงานข่าวชี้ว่า ท่าโพสยอดนิยมในการถ่ายภาพอย่างการชูสองนิ้วเป็นตัว V กำลังกลายเป็นประเด็นล่าสุดด้านความปลอดภัยของการรักษาข้อมูลส่วนบุคคลทางออนไลน์ในประเทศจีน หลังจากผู้เชี่ยวชาญออกมาเตือนผ่านรายการเรียลีตีโชว์รายการหนึ่งว่า ท่าโพสยอดนิยมดังกล่าวอาจเป็นการเปิดเผยลายนิ้วมือของบุคคลในภาพแก่กลุ่มมิจฉาชีพได้
รายการเรียลลิตีโชว์ดังกล่าวที่ออกอากาศเมื่อเดือนเมษายนได้เชิญ หลี่ชาง ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินมาร่วมรายการ เขาได้ใช้ภาพเซลฟี่ของคนดังมาสาธิตให้เห็นว่า นิ้วมือที่ปรากฏชัดเจนในภาพถ่ายสามารถทำให้ข้อมูลชีวมาตรส่วนบุคคลตกอยู่ในความเสี่ยงได้อย่างไร
หลี่ชี้แจงว่าลายนิ้วมือมีโอกาสถูกดึงข้อมูลออกมาได้จากภาพเซลฟี่ที่ถ่ายในระยะไม่เกิน 1.5 เมตรและผู้อยู่ในภาพหันนิ้วเข้าหากล้องโดยตรง หรือแม้จะอยู่ในระยะ 1.5 ถึง 3 เมตร ก็ยังสามารถใช้เทคโนโลยีเก็บรายละเอียดของมือมาได้ประมาณครึ่งหนึ่ง
รายการดังกล่าวได้แสดงให้เห็นภาพเส้นลายนิ้วมือที่ปรากฏชัดขึ้นหลังจากมีการปรับแต่งภาพด้วยซอฟต์แวร์แต่งรูปและเครื่องมือ “เอไอ” โดยทางด้าน จิ้งจีอู๋ ศาสตราจารย์ด้านรหัสวิทยาจากสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีนระบุว่า มีความเป็นไปได้สูงที่จะสามารถสร้างรายละเอียดของมือจากภาพถ่ายบุคคลที่ถ่ายด้วยกล้องคุณภาพสูงในท่าโพสชูสองนิ้ว
แม้ว่าการกู้คืนลายนิ้วมือโดยปกติจะทำได้ยากเนื่องจากปัจจัยด้านแสง การโฟกัส และความคมชัดของภาพ แต่ความเสี่ยงจะเพิ่มสูงขึ้นเมื่อมีการใช้อุปกรณ์ที่มีความละเอียดสูงขึ้นหรือเมื่อมิจฉาชีพได้รับภาพถ่ายของเป้าหมายหลายๆ ใบ
นอกจากนี้ หลี่ยังเตือนว่าลายนิ้วมือเป็นสิ่งยืนยันตัวตนทางชีวมาตรที่ถาวรและเปลี่ยนแปลงได้ยากเช่นเดียวกับข้อมูลใบหน้า หากข้อมูลส่วนนี้รั่วไหลอาจทำให้ผู้เสียหายเผชิญปัญหาเกี่ยวกับการสูญเสียทางการเงินและการทุจริตด้วยการสวมรอยอัตลักษณ์ เธอจึงแนะนำให้ประชาชนทำการเบลอภาพ บังภาพ หรือปรับแต่งผิวบริเวณมือให้เรียบเนียนก่อนโพสต์ภาพเซลฟี่ลงสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงหลีกเลี่ยงการลงทะเบียนลายนิ้วมือกับอุปกรณ์ที่ไม่คุ้นเคย
ขณะเดียวกันรายการยังได้เน้นย้ำถึงกลโกงรูปแบบใหม่ที่มิจฉาชีพจะเก็บข้อมูลใบหน้าระหว่างการวิดีโอคอล แล้วใช้เครื่องมือสลับใบหน้าและเลียนเสียงเพื่อปลอมตัวเป็นเหยื่อไปหลอกลวงผู้อื่น
คำเตือนเหล่านี้กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างรวดเร็วบนโลกโซเชียลของจีน ส่งผลให้ชาวเน็ตเริ่มทบทวนพฤติกรรมการโพสต์ภาพของตนเอง โดยชาวเน็ตบางรายกล่าวว่า จากนี้ไปคงต้องทำท่า “กำหมัด” เวลาถ่ายเซลฟี่เท่านั้น ขณะที่บางรายตั้งข้อสังเกตติดตลกว่า การใช้ฟิลเตอร์หน้าสวยและการบีบหน้าเรียวที่ดูเกินจริงอาจเป็นตัวช่วยปกป้องข้อมูลชีวมาตรของพวกเขาไว้ได้
รายงานข่าวยังเผยว่า มีเหตุการณ์ในอดีตที่ชี้ให้เห็นว่า ความเสี่ยงนี้ไม่ใช่แค่ทฤษฎี โดยมีรายงานคดีในเมืองหางโจวที่มิจฉาชีพพยายามดาวน์โหลดภาพลายนิ้วมือจากอินเทอร์เน็ตไปปลดล็อกประตูบ้านของเหยื่อซึ่งใช้ระบบสมาร์ทล็อก รวมถึงคดีที่พนักงานแอบใช้ระบบลงเวลาทำงานของบริษัทด้วยการสแกนลายนิ้วมือ เพื่อขโมยลายนิ้วมือเพื่อนร่วมงานไปทำนิ้วมือซิลิโคน จากนั้นก็นำไปใช้ในการโจรกรรมทรัพย์สินมูลค่ากว่า 580,000 หยวน (ราว 2.8 ล้านบาท)
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์บางส่วนมองว่าประชาชนไม่ควรตื่นตระหนกจนเกินไป โดยเผยจื้อหยง ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยความปลอดภัยอุตสาหกรรมแห่งเฉียนซิน ระบุว่าการดึงลายนิ้วมือจากภาพเซลฟี่นั้น แม้จะทำได้จริงในทางเทคนิค แต่ก็ยากมาก
ทั้งนี้ในปัจจุบันเทคโนโลยีก็กำลังถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อต่อต้านการฉ้อโกงรูปแบบใหม่เช่นกัน โดยเครื่องมือเอไอบางชนิดสามารถตรวจจับการสลับใบหน้าปลอมได้แบบเรียลไทม์
หากพบวิดีโอคอลล์ที่น่าสงสัย ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าไม่ควรเชื่อในสิ่งที่เห็นบนหน้าจอเพียงอย่างเดียว แต่ควรวางสายแล้วโทรกลับหาบุคคลนั้นโดยตรง หรือถามคำถามที่มีเพียงเจ้าตัวเท่านั้นที่รู้ เพื่อยืนยันตัวตนที่แท้จริง
ในขณะที่เครื่องมือประมวลผลภาพด้วยเอไอทรงพลังมากขึ้นเรื่อยๆ ความเสี่ยงเรื่องข้อมูลส่วนตัวรั่วไหลจากภาพถ่ายเซลฟี่ก็ได้ขยายวงกว้างไปไกลเกินกว่าแค่เรื่องการขโมยลายนิ้วมือ
ผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียบางส่วนได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับแอปพลิเคชันและเกมที่ให้บริการทดสอบที่ล่อแหลมต่อการขโมยข้อมูลส่วนบุคคล เช่น เกม “วิเคราะห์ใบหน้าด้วยเอไอ” หรือ “บริการดูลายมือฟรี” โดยเตือนว่าบริการเหล่านี้อาจมีการเก็บรวบรวม จัดเก็บ หรือนำข้อมูลชีวมาตรส่วนบุคคลไปใช้ในทางที่ผิด
ก่อนหน้านี้เคยมีกรณีพนักงานของบริษัทเทคโนโลยีแห่งหนึ่งในเซี่ยงไฮ้ที่แอบเก็บรวบรวมข้อมูลชีวมาตรจากใบหน้าของบุคคลมากกว่า 1,700 รายการ ผ่านแอป “ทดสอบความงาม” แล้วนำข้อมูลเหล่านั้นไปขายใน “ดาร์กเว็บ” ในภายหลัง
ที่มา : scmp.com
เครดิตภาพ : Generated by Gemini



