สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 13 พ.ค. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวถึงความพยายามเจรจากับอิหร่านว่า “สิ่งสำคัญที่สุด” คือการที่อิหร่านจะมีอาวุธนิวเคลียร์ไม่ได้อย่างเด็ดขาด สถานการณ์ทางเศรษฐกิจภายในสหรัฐ โดยเฉพาะเรื่องค่าครองชีพ “ไม่ใช่ปัจจัยสำคัญประกอบการตัดสินใจ”
คำกล่าวของทรัมป์มีแนวโน้มจะถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยเฉพาะในช่วงที่ใกล้ถึงการเลือกตั้งกลางเทอม ในเดือน พ.ย. นี้ หลังข้อมูลอย่างเป็นทางการระบุว่า อัตราเงินเฟ้อของผู้บริโภคในสหรัฐ เมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา อยู่ที่ 3.8% พุ่งสูงที่สุดในรอบ 3 ปี ซึ่งเป็นผลมาจากราคาพลังงานที่แพงขึ้น เนื่องจากสงครามในอิหร่านที่ยืดเยื้อ
Inflation accelerated in April to an annual rate of 3.8%, the highest since May 2023, as the Iran war pushed up energy costs and raised prices across the economy.
— CBS News (@CBSNews) May 12, 2026
"Are your policies not working? What’s happening?” a reporter asks President Trump as he departs for his trip to… pic.twitter.com/IAIJ0FWhUN
ขณะที่แกนนำพรรครีพับลิกันกังวลมากขึ้นว่า ความเจ็บปวดทางเศรษฐกิจที่ประชาชนได้รับจากสงคราม อาจทำให้พรรคพ่ายแพ้และสูญเสียการครองเสียงข้างมาก ทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา
นอกจากนี้ แหล่งข่าวด้านข่าวกรองระบุว่า การประเมินระยะเวลาที่อิหร่านต้องใช้ในการสร้างอาวุธนิวเคลียร์ยังคงอยู่ที่ 9 เดือน จนถึง 1 ปี ซึ่งเป็นตัวเลขเดิมตั้งแต่ฤดูร้อนปีที่แล้ว แม้การสู้รบระหว่างสหรัฐกับอิหร่านยืดเยื้อตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา.
เครดิตภาพ : REUTERS



