ถูกจับตามองมาพักใหญ่สำหรับคู่ของนักร้องสาวคิวทอง ลำไย ไหทองคำ ที่ล่าสุดมีรูปหวานฉ่ำกับ กัปตันช้าง กฤษดา จนหลายคนเดากันและฟันธงเบาๆ ว่าเป็นแฟนกันอย่างแน่นอน เพราะโมเมนต์มันสวีทเกินคนรู้จักหรือคนสนิท ล่าสุดเจอตัวสาวลำไยในงาน PULZAR : LONG LIFE TECH, LONG LIFE ENGINE เจ้าตัวก็เคลียร์หมดเปลือกว่า

ลำไย ไหทองคำ เผยว่า “งานตอนนี้วันละ 3 งานค่ะ มากกว่านี้น่าจะไม่ไหว อยากให้งานมีประสิทธิภาพทุกงานค่ะ วันละ 3 งานโอเคอยู่ค่ะ วันนี้ 13 พ.ค. ครบรอบ 10 ปีของลำไยค่ะ ดูนานจังเลย (หัวเราะ) ก็ดีค่ะมีทั้งความสุขและทุกข์ปะปนกันไป แต่ทุกอย่างถือเป็นประสบการณ์ที่ผ่านเข้ามาค่ะ ถ้าให้รีวิว 10 ปีที่ทำให้ยังเป็นลำไยอยู่คือความเป็นตัวเองค่ะ ที่เรายังยืนอยู่ไม่ล้ม ก็แค่ยอมรับความจริงค่ะ อะไรที่เกิดขึ้นก็ยอมรับไป ปล่อยให้มันเป็นไปตามที่มันจะเป็นไป ไม่ต้องต่อต้านอะไรมัน ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี พอเกิดขึ้นแล้วต้องเดินหน้าต่อ 10 ปีภูมิใจกับตัวเองค่ะ ชมตัวเองในใจตลอด เพราะตัวเองค่อนข้างแข็งแกร่งพอสมควร ทั้งทนต่อการทำงานต่างๆ ความรู้สึกค่ะ พอเจอหนักๆ อยากลาออกจากความเป็นลำไยไหม มีไหม (ยิ้ม) ก็คงยังไม่เคยคิดค่ะ ถามว่าคิดยังไงที่คนมองเราเป็นไอดอลคือเราเป็นคนธรรมดาที่มีทุกมุม หนูแค่คิดว่าทุกคนควรจะมีความสุขในแบบของตัวเอง ทำอะไรก็ได้ที่เรามีความสุขแล้วไม่ได้เดือดร้อนใคร ถ้าทำแล้วมีความสุขก็ทำไปเถอะ เพราะเราไม่รู้ว่าเราจะใช้ชีวิตอยู่ได้อีกกี่วัน เราอยู่กับปัจจุบัน”

“แต่การที่คนอยากเป็นลำไยต้องทำอะไรไหม เรื่องมูเตลูเรามูทั่วไป ไม่ได้มูฯ พิเศษ เป็นมูฯ ทั่วไป ที่นับถือจะมีพ่อแก่และพระพิฆเนศ เราเรียนมาด้านนี้เราต้องนับถืออยู่แล้ว แต่ไม่ได้กำหนดว่าต้องทำอะไรเป็นขั้นตอนไม่มีค่ะ ถามว่าดีใจไหมที่เข้าวงการใหม่ๆ เจอเรื่องไม่ดีเยอะ ดีใจค่ะ ขอบคุณทุกคนที่เปิดใจให้กับผู้หญิงคนนี้ บางครั้งเราไปทำงานแล้วมอบรอยยิ้มให้กับทุกคนมีความสุข มันก็เป็นรอยยิ้มของเราเอง อย่างวันนี้ความสุข 100% ค่ะ มาจากภาพรวมทั้งการทำงาน การใช้ชีวิต คนรอบข้าง ทุกอย่าง รู้สึกว่าเรามีความสุข ที่บอกว่าลำไยสดใสขึ้น ดูสวยขึ้นด้วย (ยิ้ม) ขอบคุณค่ะ ถามว่าคนข้างกายข้างใจไหม มีส่วนไหมก็ค่ะ (ยิ้ม) เรื่องความรักของเรา ดีค่ะ ก็มันเพิ่งเริ่มต้นค่ะ แต่รู้สึกว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีค่ะ สิ่งที่เห็นในโซเชียลถามว่าใช่ ใช่ไหมคนนี้ ก็ค่ะ (ยิ้ม) คือหนูเพิ่งรู้จักกันไม่นานค่ะ แต่เป็นการรู้จักกันที่มันค่อยๆ ซึมซับกันไป แล้วค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไปค่ะ แล้วเราเองก็รู้สึกว่า หนูไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้ใครเป็นยังไง แต่เรารู้สึกแค่ว่าปัจจุบันมันโอเคค่ะ เช่นเรียกว่าอะไรคือเราถูกให้เกียรติและถูกดูแลอย่างดี ก่อนหน้านี้คือต้องบอกว่าเราเป็นคนจ่ายตังค์ แต่ตอนนี้เราเป็นคนใช้ตังค์ (ยิ้ม)”

ลำไย เล่าต่อว่า “ถามว่าใช้เวลานานไหมกว่าจะตัดสินใจ ตอนที่ได้คุยกัน มันไม่ได้เป็นการเข้ามาจีบค่ะ คือพี่เขาไม่ได้เข้ามาจีบ แต่ว่า มันมีเรื่องต้องคุยกัน และเป็นการคุยกันไปโดยการกลืนๆ กันไป แล้วมีโอกาสได้ไปทานข้าวด้วยกัน เราก็ไม่ได้รู้ว่าเขาจีบ ก็ไปทานข้าวด้วยกันแบบพี่น้องปกติ และมีเพื่อนๆ ไปด้วย แล้วมีวันหนึ่งที่เขาชวนไปไหว้พระพิฆเนศแล้วเดินผ่านหมอดู เขาก็ถามหมอดูว่าหมอดูครับเขาจะชอบผมไหม แล้วหนูก็ถามว่า อันนี้คือพี่จีบหนูเหรอ เขาก็บอกว่าใช่ หนูก็อ๋อ ถึงรู้ว่าเขาจีบ เขาไม่ได้เหมือนมาจีบ เขาเหมือนมาเป็นเพื่อนค่ะ เขาก็ดูแลเราตั้งแต่วันแรกเลยค่ะ แบบว่าทานข้าวก็ไม่ต้องทำอะไรเลย แล้วก็ไม่ต้องจ่ายตังค์ด้วย (หัวเราะ) เขาเป็นสายซัพพอร์ตค่ะ เรื่องตารางงานเรา เขาเข้าใจค่ะ เพราะว่าอย่างที่บอกว่าเขาซัพพอร์ตคือเขาไม่ได้ซัพพอร์ตแค่เรา แต่เขาซัพพอร์ตเพื่อนๆ ด้วย เพราะหนูมีเพื่อนเยอะ และเป็นคนที่ไปกับเพื่อนเราได้ โดยที่เรารู้สึกว่าเราสบายใจ และอีกอย่างเหมือนกับเขาเอาเราเป็นหลัก เราสะดวกเวลาไหน เขาก็เอาตัวเองมาอยู่ที่เรา เขาไม่ได้มาเปลี่ยนแปลงเรา คุณพ่อไม่ได้ว่าอะไร”

“ถามว่าโดนซัพพอร์ตเป็นอย่างไร รู้สึกดีค่ะ เพราะก่อนหน้านี้เราเป็นฝ่ายซัพพอร์ตตลอด พอวันหนึ่งที่เรารู้สึกว่าเราเป็นคนโดนซัพพอร์ต เราเป็นคนรับบ้าง ก็เลยรู้สึกว่า อ๋อมันเป็นอย่างนี้ ก็ไม่ได้กดดันอะไรนะคะ เพราะหนูปล่อยให้ทุกอย่างมันเป็นไปด้วยความธรรมชาติและปกติค่ะ ความรักมันก็เป็นเรื่องธรรมดาที่วันนี้มีความสุข พรุ่งนี้มีความทุกข์เราก็ไม่รู้ แต่วันนี้เรามีความสุขค่ะ ทุกวันนี้แฮปปี้ ส่วนคอมเมนต์ด้านลบที่ไม่เชียร์คนนี้หรืออื่นๆ จริงๆ เหมาะไม่เหมาะเราเป็นคนอยู่กับเขาค่ะ เราอยู่ด้วยกัน คนอื่นเขามองแค่ภายนอก บางทีหนูก็ไม่รู้ว่าคำว่าเหมาะสมมันคืออะไร แต่เราแค่รู้สึกว่าเราสบายใจ ที่บอกว่าพี่ช้างคลั่งรัก (อมยิ้ม) กับแคปชั่นต่างๆ อืม มั้งคะไม่รู้ค่ะ เวลาอยู่ด้วยกันเขินไหม มันตลกมากกว่า ถ้าเรามองด้านนอกคือเขาจะเป็นลุคแบบกัปตันช้าง ลุคสุขุมนิ่งๆ แต่มันไม่เต็มทั้งสองคนคือ หนูเป็นคนเส้นตื้น เขาเป็นคนตลก พออยู่ด้วยกันแล้วแบบยิ่งตลกไปกันใหญ่ หนูก็ชอบแซวว่าพี่เต็มเปล่าเนี่ย (ยิ้ม) ถ้าคนรอบข้าง เขาก็มองว่าคนนี้โอเค เพราะเขาดูแลเรา อย่างที่หนูบอกว่า เขาไม่ได้ดูแลแค่หนู เขาดูแลคนรอบข้างด้วย เพื่อนๆ ด้วยทุกคน ถามว่าเพื่อนๆ แซวไหม ก็แซวค่ะ เพื่อนๆ เป็นแม่สื่อไหม ไม่ใช่ค่ะ คือหนูกับพี่ช้างเราไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัวค่ะ แต่เราฟอลโลว์กันอยู่แล้ว แต่ว่าไม่ได้คุยกัน เขาก็มีไดเรกท์มาบ้าง แต่ว่าไม่ได้เป็นการจีบค่ะ เป็นการไดเรกท์ปกติ แต่ว่าตอนที่ได้คุยกันคือมันเป็นตอนที่หนูไปเที่ยวบรรทัดทองแล้วหนูถ่ายสตอรี่หนู โดนล็อกล้อ แต่หนูไม่รู้ว่าเขาเป็นตำรวจ ก็เลยทักมาถามเลยได้คุยกัน ซึ่งถามว่ากี่เดือนแล้ว เพิ่งคุยเมื่อปลายเดือนที่แล้วเอง ก็เรียกว่าแฟนใช่ค่ะ (ยิ้ม) ก็เขาขอเป็นแฟนแล้วก็ใช่ค่ะ”