วันนี้ (14 พ.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานกรณีไฟไหม้ที่เกิดจากความซุกซนของเด็กคนหนึ่ง และความละเลยของผู้ปกครอง เหตุการณ์เริ่มจากพ่อแม่คู่หนึ่งพาลูกชายวัย 12 ขวบ ไปที่ทำงานด้วยกัน เพื่อหวังจะกระชับความสัมพันธ์ในครอบครัวให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น กลับลงเอยด้วยหายนะ เมื่อเด็กชายที่รอพ่อแม่จนเบื่อหน่าย ได้หยิบไฟแช็กขึ้นมาจุดเล่นกับกระดาษทิชชูจนเกิดเพลิงไหม้พื้นที่ในออฟฟิศทั้งหมด
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 เมษายน ในเมืองหนิงปอ มณฑลเจ้อเจียง ทางตะวันออกของจีน สำนักข่าวเรดสตาร์ นิวส์ รายงานว่า ขณะที่ผู้ปกครองของเด็กชายผู้กลายเป็นมือเพลิงโดยไม่ได้ตั้งใจกำลังยุ่งอยู่กับการทำงาน เด็กชายซึ่งถูกทิ้งไว้ลำพังได้หาทางแก้เบื่อด้วยการใช้ไฟแช็กจุดไฟเผาทิชชูเล่น จนประกายไฟกระเด็นไปติดสิ่งของที่วางระเกะระกะอยู่ใกล้โต๊ะทำงาน และลุกลามเป็นไฟกองใหญ่คลอกทั้งออฟฟิศ
เมื่อเห็นท่าไม่ดี เด็กชายก็รีบเรียกให้พ่อแม่มาช่วย พวกเขาจึงรีบแจ้งเหตุไปยังหน่วยดับเพลิง ระหว่างนั้น สองสามีภรรยาและพนักงานคนอื่นๆ ได้พยายามใช้ถังดับเพลิงเคมีเข้าสกัดไฟลุกลามก่อนที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจะเดินทางมาถึง

แม้จะสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ในที่สุดและไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ แต่ความเสียหายนั้นถือว่ารุนแรงมาก โดยพื้นที่ภายในออฟฟิศถูกไฟเผาจนหมดเกลี้ยง และคาดการณ์มูลค่าความสูญเสียเบื้องต้นไว้ที่เป็นจำนวนหลายหมื่นหยวน
ทางด้านเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ให้คำแนะนำในที่เกิดเหตุโดยเน้นย้ำว่า เด็กในวัยนี้มีความอยากรู้อยากเห็นสูง แต่ยังขาดความตระหนักเรื่องความปลอดภัย ผู้ปกครองจึงต้องดูแลอย่างใกล้ชิดและให้ความรู้อย่างเข้มงวด เพราะประกายไฟเพียงจุดเดียวอาจกลายเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ได้ ด้านพ่อแม่ของเด็กก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะต้องโดนลงโทษจากการปล่อยปละละเลยลูกหรือไม่
เหตุการณ์เด็กเล่นไฟจนเกิดเรื่องในลักษณะนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้นในมณฑลเจ้อเจียง เมื่อปีที่แล้ว มีเด็กชายอีกคนใช้ไฟแช็กจุดไฟเผาสิ่งของเบ็ดเตล็ดบริเวณทางเดินบันได แต่โชคดีที่ผู้ดูแลอาคารสามารถดับไฟได้ทันเวลา
ต่อมาในปี 2566 เด็กชายวัย 9 ขวบในเจ้อเจียงได้จุดไฟเผากล่องโฟมภายในบ้าน ขณะที่แม่ของเขากำลังคุยโทรศัพท์กับเพื่อนอยู่ จนทำให้ผู้เป็นแม่ต้องใช้ถังดับเพลิงถึงสองถังเพื่อฉีดสกัดเปลวไฟเอาไว้
เมื่อเรื่องของเด็กชายผู้เผาออฟฟิศพ่อแม่โดยไม่ได้ตั้งใจเผยแพร่ออกไปในโลกออนไลน์ ก็กลายเป็นประเด็นร้อนในโซเชียลมีเดียของจีน โดยชาวเน็ตจำนวนมากมองว่าเด็กอายุ 12 ขวบ ควรจะมีความรับผิดชอบมากกว่านี้และไม่ใช่เด็กเล็กๆ ที่จะอ้างว่าเป็นความซุกซนได้เพียงอย่างเดียว บ้างก็วิจารณ์ว่าเป็นการเลี้ยงดูที่ตามใจจนเกินไป ในขณะที่บางส่วนตั้งข้อสังเกตอย่างตลกร้ายว่า หลังจากนี้คงไม่มีเจ้านายที่ไหนกล้าอนุญาตให้ลูกน้องพาลูกมาที่ทำงานอีกต่อไปแล้ว
ที่มา : scmp.com
เครดิตภาพ : Weibo



