เมื่อวันที่ 14 พ.ค. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง  รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงการเดินหน้านโยบายเร่งด่วน 5 ด้าน คือ 1.คืนเวลาให้ครู เพื่อคืนอนาคตให้เด็ก ลดภาระงานที่ไม่เกี่ยวกับการสอน  2.รื้อสูตรความเหลื่อมล้ำด้านปรับการจัดสรรงบประมาณให้ตรงจุด 3.ยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริง ปรับหลักสูตรเน้นทักษะอาชีพ 4.โรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง และ 5.สร้างสถาปัตยกรรมใหม่ด้วย พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ… เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยได้สั่งการให้มีการสรุปผลการประชุมในวันที่ 27 พ.ค.นี้ เพื่อกำหนดแนวทางปฏิบัติให้สถานศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศได้รับทราบอย่างชัดเจน

รมว.ศธ. กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ในส่วนประเด็นการลดภาระครู ตนเตรียมทบทวนภาระงานที่อยู่นอกเหนือการจัดการเรียนการสอนของครู เพื่อลดงานเอกสารและขั้นตอนที่ไม่จำเป็น พร้อมส่งเสริมการนำเทคโนโลยีและระบบเอไอเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ รวมถึงกำหนดตัวชี้วัด (KPI) ด้านการลดภาระงานครูด้วยว่าข้อสั่งการของตนที่ให้แต่ละหน่วยงานไปลดภาระงาน หรือโครงการที่ซ้ำซ้อนนั้นได้ดำเนินการไปแล้วกี่เปอร์เซ็นต์ โดยการขับเคลื่อนนโยบายลดภาระงานครูนั้น ตนได้มอบหมายให้นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศึกษาธิการ ทำหน้าที่กำกับติดตามเรื่องดังกล่าวอย่างใกล้ชิด และต้องทำให้เกิดผลในทางปฏิบัติได้จริงภายในปีนี้ด้วย นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้หารือถึง พ.ร.ก.กู้เงินวงเงิน 4 แสนล้านบาทที่มีผลบังคับใช้แล้ว โดยใน พ.ร.ก.ฉบับนี้จะมีงบประมาณบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับภารกิจด้านการศึกษา ทั้งการช่วยเหลือประชาชนและการยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาวผ่านการสร้างนวัตกรรม ซึ่งหน่วยงานด้านการศึกษาทั้งระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษา และการศึกษานอกระบบ จะต้องแปลงภารกิจดังกล่าวไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมด้วย