ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ของประเทศไทยที่กำลังเร่งตัวอย่างต่อเนื่อง เคมพาวเวอร์ (Kempower) ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบชาร์จเร็วสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (DC Fast Charging) จากประเทศฟินแลนด์ เดินหน้าตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสนับสนุนระบบนิเวศ EV ของไทย ผ่านโซลูชันการชาร์จที่ยืดหยุ่น เชื่อถือได้ และออกแบบมาเพื่อประสบการณ์ใช้งานที่มีประสิทธิภาพในระยะยาว

 ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในตลาด EV ที่เติบโตเร็วที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยได้รับแรงสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐและการยอมรับของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภายใต้นโยบาย “30@30” โดยตั้งเป้าให้ประเทศไทยมียานยนต์ไฟฟ้าเป็น 30% ของการผลิตรถยนต์ทั้งหมดภายในปี 2573 พร้อมตั้งเป้าขยายสถานีชาร์จเร็วแบบ DC Fast Charging ให้ได้ 12,000 จุดทั่วประเทศ

 นายคาร์โล เชคคี ผู้อำนวยการฝ่ายตลาดใหม่ ของ เคมพาวเวอร์ กล่าวว่า “ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในตลาด EV ที่น่าจับตามองที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตลาดกำลังก้าวจากช่วงเริ่มต้นของการใช้งาน ไปสู่การพัฒนาระบบนิเวศ EV ในระดับใหญ่ โดยได้รับแรงสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐ การลงทุนที่เพิ่มขึ้น และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค”

 แม้โครงสร้างพื้นฐานด้าน EV ของไทยจะขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แต่รายงานจากภาครัฐและภาคอุตสาหกรรมยังสะท้อนถึงความท้าทายหลายด้าน ทั้งการกระจายสถานีชาร์จนอกเมืองใหญ่ที่ยังไม่ทั่วถึง การใช้งานสถานีที่ไม่สมดุล การเชื่อมโยงพลังงานหมุนเวียนที่ยังมีข้อจำกัด รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการขนส่งไฟฟ้าภาคโลจิสติกส์ที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น

ขณะที่การลงทุนเริ่มต้นยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ แต่เคมพาวเวอร์มองว่า ตัวกำหนดความสามารถในการทำกำไรของผู้ให้บริการสถานีชาร์จ (Charge Point Operators: CPOs) ในระยะยาว คือ “อัตราการใช้งานจริง” ของสถานีชาร์จ หลายสถานีมีประสิทธิภาพการใช้งานต่ำ ไม่ใช่เพราะความต้องการของตลาดไม่เพียงพอ แต่เกิดจากปัจจัยอย่างการเลือกทำเลที่ไม่เหมาะสม การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่เกินความจำเป็น และประสบการณ์ใช้งานที่ไม่สม่ำเสมอ ขณะที่สถานีที่มีจำนวนหัวชาร์จมากกว่า มักมีอัตราการใช้งานที่ดีกว่า เนื่องจากผู้ขับขี่ให้ความสำคัญกับความมั่นใจว่าจะมีหัวชาร์จพร้อมใช้งาน และระยะเวลารอที่สั้นที่สุด

 ความท้าทายเหล่านี้คือโอกาสสำคัญในการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จที่ “ฉลาด” และยืดหยุ่นมากขึ้น แทนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ตั้งแต่เริ่มต้น ผู้ให้บริการสามารถเลือกใช้ระบบโครงสร้างพื้นฐานแบบ Modular ที่ช่วยให้เพิ่มกำลังไฟและจำนวนหัวชาร์จได้อย่างต่อเนื่องตามความต้องการใช้งานจริงและประสิทธิภาพของแต่ละพื้นที่ ช่วยให้การลงทุนมีความคุ้มค่าและรองรับการเติบโตของตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อมูลจากตลาด EV ที่พัฒนาแล้ว เช่น ประเทศนอร์เวย์ สะท้อนว่า พฤติกรรมของผู้ใช้งานรถ EV ในปัจจุบันไม่ได้ให้ความสำคัญกับ “ความเร็วในการชาร์จ” เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ให้ความสำคัญมากขึ้นกับความพร้อมใช้งาน ความสะดวก และความน่าเชื่อถือของสถานีชาร์จ ผู้ขับขี่ต้องการความมั่นใจว่าสถานีชาร์จสามารถใช้งานได้จริง มีหัวชาร์จพร้อมให้บริการ ลดระยะเวลารอคอย และมอบประสบการณ์ใช้งานที่ราบรื่นต่อเนื่องตลอดการเดินทาง

 เคมพาวเวอร์จึงออกแบบโซลูชัน DC Fast Charging แบบ Modular เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานสถานี ลด Downtime และขยายระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพตามการเติบโตของตลาด ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงด้านการลงทุน (CAPEX) และเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ได้เร็วขึ้น

 พร้อมกันนี้ เคมพาวเวอร์ยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การเดินทางที่สะอาดและยั่งยืน ผ่านการพัฒนาโซลูชันชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่เข้าถึงได้ง่าย มีประสิทธิภาพ และเชื่อถือได้ เพื่อรองรับทั้งผู้ขับขี่ EV และผู้ให้บริการสถานีชาร์จอย่างครอบคลุม

สำหรับในประเทศไทย เคมพาวเวอร์มีแผนขยายการดำเนินงานในตลาดไทยภายในปีนี้ พร้อมเสริมความแข็งแกร่งในการสนับสนุนพันธมิตรทางธุรกิจและผู้ให้บริการสถานีชาร์จ ผ่านโซลูชันระบบชาร์จเร็วและความเชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐาน EV ที่สามารถรองรับการเติบโตได้อย่างยืดหยุ่นในอนาคต โดยการทำงานร่วมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในระบบนิเวศ EV อย่างใกล้ชิด โดยมุ่งสนับสนุนการพัฒนาเครือข่ายสถานีชาร์จของไทยให้มีความแข็งแกร่ง พร้อมรองรับอนาคต และสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในเชิงพาณิชย์