สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 14 พ.ค. ว่านายสกอตต์ เบสเซนต์ รมว.กระทรวงการคลังสหรัฐ กล่าวถึงกระแสคาดการณ์เรื่องการที่จีนจะเพิ่มเป้าหมายการซื้อสินค้าเกษตรของอเมริกา จากการหารือระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ที่มหาศาลาประชาชน ในกรุงปักกิ่ง ว่าสหรัฐมีข้อตกลงซื้อขายขนาดใหญ่จาก “ข้อตกลงปูซาน” ที่ผูกพันในอีก 3 ปีข้างหน้า ดังนั้น เรื่องถั่วเหลืองจึงถือว่า “ได้รับการจัดการเรียบร้อยแล้ว”
อนึ่ง ข้อตกลงปูซาน หมายถึงการพบกันระหว่างทรัมป์กับสี ที่เมืองปูซาน นอกรอบการประชุมสุดยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ( เอเปค ) เมื่อเดือนต.ค. ปีที่แล้ว
US's Bessent says soybeans 'all taken care of', cooling expectations for fresh Chinese buying https://t.co/P6TI2zR31z
— Reuters Energy and Commodities (@ReutersCommods) May 14, 2026
ปัจจุบัน ถั่วเหลืองเป็นสินค้าส่งออกอันดับหนึ่งของสหรัฐไปยังจีน และเป็นตัวแปรสำคัญในการเจรจาการค้ามาตั้งแต่สมัยรัฐบาลทรัมป์สมัยแรก ด้านบรรดานักวิเคราะห์มองว่า จีนไม่น่าจะเพิ่มยอดสั่งซื้อเกินกว่าที่ตกลงกันไว้ที่เมืองปูซาน เนื่องจากความต้องการในประเทศที่อ่อนแอ และการแข่งขันด้านราคาจากบราซิล ซึ่งถูกกว่า
ตั้งแต่ยุครัฐบาลทรัมป์สมัยแรก จีนลดการพึ่งพาถั่วเหลืองจากสหรัฐอย่างมาก โดยนำเข้าจากสหรัฐ เพียง 20% เมื่อปี 2567 เทียบกับ 41% เมื่อปี 2559 และสัดส่วนนี้ลดลงอีกเหลือเพียง 15% เมื่อปี 2568
อย่างไรก็ตาม ตลาดกำลังรอดูความชัดเจนว่า จีนจะทำตามสัญญาซึ่งให้ไว้เมื่อปีที่แล้วได้อย่างไร ในการนำเข้าถั่วเหลือง 25 ล้านตันต่อปี ไปจนถึงปี 2571 ซึ่งจะเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2565.
เครดิตภาพ : REUTERS



