เมื่อวันที่ 15 พ.ค. จากกรณี คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วยสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และหอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย โดยคณะทำงาน Zero Corruption: กกร. และเพื่อนไม่ทน เปิดเผยผล “การสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใส ในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ” โดยระบุว่ากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นหน่วยงานที่มีมูลค่าสินบนเฉลี่ยสูงสุดอยู่ในลำดับที่ 9 ส่วนกรมป่าไม้ อยู่ในลำดับที่ 10 นั้น

กรมอุทยานฯ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ชี้แจง เรื่องผลสำรวจความโปร่งใสของภาคเอกชน (กกร.) และมาตรการยกระดับธรรมาภิบาลองค์กร โดยระบุว่า ​ ตามที่มีการเผยแพร่ผลสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการ โดยคณะทำงาน Zero Corruption : กกร. เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2569 ซึ่งระบุว่า กรมอุทยานฯ ถูกจัดอยู่ในลำดับที่ 9 จาก 10 หน่วยงาน​ โดยมีมูลค่าสินบนเฉลี่ยต่อครั้ง 68,000 บาท นั้น

ขอเรียนว่ากรมอุทยานฯ ให้ความสำคัญสูงสุดต่อข้อมูลดังกล่าว โดยอธิบดีกรมอุทยานฯ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบกระบวนงานที่มีการติดต่อกับภาคเอกชนโดยทันที​ ทั้งนี้ กรมอุทยานฯ ยึดมั่นในการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อสร้างความโปร่งใส ตรวจสอบได้​ เพื่อขจัดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันอย่างยั่งยืน และดำเนินการตามนโยบายของนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ให้ความสำคัญกับหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และการต่อต้านการทุจริตอย่างจริงจัง ตลอดจนกำชับทุกหน่วยงานในสังกัดให้ยึดหลักกฎหมาย ระเบียบราชการ และจริยธรรมในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัด

กรมอุทยานฯ ขอยืนยันว่า ไม่มีนโยบายในการเรียกรับผลประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้น หากตรวจสอบพบเจ้าหน้าที่รายใดกระทำผิดวินัยหรือเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชัน กรมฯ จะดำเนินการลงโทษขั้นสูงสุดทั้งทางวินัยและอาญาโดยไม่มีข้อยกเว้น เพื่อรักษาเกียรติและศักดิ์ศรีของข้าราชการส่วนใหญ่ที่ปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต

​กรมอุทยานฯ พร้อมให้ความร่วมมือและประสานขอข้อมูลกับ กกร. ในการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อร่วมกันสร้างมาตรฐานความโปร่งใสให้เกิดขึ้นจริง ทั้งนี้ ประชาชนและภาคเอกชนสามารถแจ้งเบาะแสการทุจริตได้โดยตรงที่สายด่วนกรมอุทยานแห่งชาติฯ 1362 ตลอด 24 ชั่วโมง​ หรือศูนย์ราชการสะดวกกรมอุทยานฯ​ โทร.​ 0-2561-0777 ต่อ​ 1240 ในวันและเวลาราชการ

​กรมอุทยานฯ ขอยืนยันว่า จะปฏิบัติหน้าที่ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลเป็นสำคัญ​ และยืนยันว่าหากพบเจ้าหน้าที่รัฐมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมหรือเกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์ จะดำเนินการทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาด “ไม่มีข้อยกเว้น”

ขณะที่กรมป่าไม้ ออกแถลงการณ์เรื่องผลสำรวจความโปร่งใสของภาคเอกชน (กกร.) และมาตรการยกระดับธรรมาภิบาลองค์กร โดยระบุว่า ตามที่มีการเผยแพร่ผลสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการ โดยคณะทำงาน Zero Corruption : กกร. เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2569 ซึ่งระบุว่า กรมป่าไม้ ถูกจัดอยู่ในลำดับที่ 10 โดยมีมูลค่าสินบนเฉลี่ยต่อครั้ง 67,500 บาท นั้น

กรมป่าไม้ ขอยืนยันเจตนารมณ์อย่างชัดเจนว่า กรมป่าไม้ไม่มีนโยบายสนับสนุน หรือยอมรับการทุจริตและคอร์รัปชันทุกรูปแบบ ทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยยึดมั่นหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส ความซื่อสัตย์สุจริต และการปฏิบัติราชการเพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นสำคัญ

กรมป่าไม้ ให้ความสำคัญกับการบริหารราชการด้วยความถูกต้องเป็นธรรม ตรวจสอบได้ และปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับของทางราชการอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งส่งเสริมให้บุคลากรทุกระดับมีจิตสำนึกด้านคุณธรรมและจริยธรรมในการปฏิบัติหน้าที่

ทั้งนี้ หากตรวจพบการกระทำที่เข้าข่ายทุจริต ประพฤติมิชอบ หรือเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ กรมป่าไม้จะดำเนินการตรวจสอบและดำเนินการทางวินัย รวมถึงดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยไม่มีการละเว้น กรมป่าไม้ขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ บุคลากรทุกภาคส่วน ตลอดจนประชาชน ร่วมกันเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแสการทุจริต เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการบริหารงานภาครัฐที่โปร่งใส โดยประชาชนและภาคเอกชน สามารถแจ้งเบาะแสการทุจริตได้ที่สายด่วน 1310 กด 3 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือศูนย์บริการประชาชน โทร. 0-2561-4292 – 3 ต่อ 5053 ในวันและเวลาราชการ