วันนี้ครูไทยยังจมอยู่กับกองเอกสาร เรื่องนี้อาจเป็นประโยคที่สะท้อนภาพการศึกษาไทยได้ชัดที่สุด ในวันที่เทคโนโลยีวิ่งเร็วกว่าหลักสูตร และครูจำนวนไม่น้อยยังต้องใช้เวลาหมดไปกับงานธุรการ มากกว่าการพัฒนาเด็กในห้องเรียน ‘ประเสริฐ จันทรรวงทอง’ รมว.ศึกษาธิการ กำลังพยายาม “รื้อระบบคิด” ของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ครั้งใหญ่ ผ่านโจทย์สำคัญ 5 เรื่อง คือ 1.คืนเวลาให้ครู คืนอนาคตให้เด็ก 2. รื้อสูตรลดความเหลื่อมล้ำด้านงบประมาณ 3. ยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริง 4. โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยและ 5. เร่งผลักดัน พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่

โดยภารกิจหลักดังกล่าวประกาศชัดว่า จะไม่ใช่แค่ “นโยบายสวยหรูบนกระดาษ” ซึ่ง นายประเสริฐ เปิดเผยว่า หนึ่งในหมุดหมายสำคัญ คือการผลักดันร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ..ฉบับใหม่ ซึ่งขณะนี้สภาการศึกษากำลังรวบรวมข้อมูลจากทุกภาคส่วน คาดว่าเดือนมิ.ย.นี้จะได้ข้อสรุป และต้องสำเร็จให้ได้ภายในรัฐบาลชุดปัจจุบัน ทั้งนี้ตนยอมรับตามตรงว่า นโยบายการศึกษาบางเรื่องไม่สามารถทำให้สำเร็จได้ในทันที เช่น ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.. แต่ก็ยังมีนโยบายที่ดำเนินการได้ทันคือ การลดภาระครู การปรับปรุงนโยบายเรียนฟรี 15 ปีอย่างมีคุณภาพ ซึ่งตนได้รับเสียงสะท้อนมาว่า เรียนฟรีไม่มีจริง เพราะผู้ปกครองยังต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอีก ดังนั้นตนจะวางแนวทางการแก้นโยบายเหล่านี้ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งถือเป็นความท้าทายที่ตนจะต้องทำให้สำเร็จ

“ที่ผ่านมาคำว่า ลดภาระครูถูกพูดซ้ำมาหลายรัฐบาล จนครูจำนวนไม่น้อยเริ่มไม่เชื่อว่าจะเกิดขึ้นได้จริง ขอตอบเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมาว่า ผมไม่ขอพูดเอาสวยเอาหล่อ เพราะผมมีคำตอบแล้วส่วนหนึ่งว่ามีแนวทางลดภาระครูอย่างไรบ้าง โดยขณะนี้ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานกลับไปสำรวจทันทีว่า ภาระงานใดไม่จำเป็น และสามารถตัดออกได้ รวมถึงงานโครงการที่มีเอกสารจำนวนมาก ก็ต้องนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยลดขั้นตอน เพราะโจทย์สำคัญวันนี้ คือการคืนเวลาให้ครูกลับไปอยู่กับผู้เรียน ไม่ใช่จมอยู่กับแฟ้มเอกสาร” นายประเสริฐ กล่าวและว่า สำหรับประเด็น “ครัวกลาง” หรือ Cloud Kitchen โมเดลใหม่ ปลดครูจากหน้าที่แม่ครัว ซึ่งศธ.จะนำร่องโครงการนี้ในพื้นที่นวัตกรรม 20 จังหวัด ซึ่งแนวคิดดังกล่าวเกิดขึ้นจากข้อเท็จจริงที่ว่า ครูจำนวนมากยังต้องรับภาระจัดซื้อวัตถุดิบ ทำบัญชีอาหารกลางวัน หรือแม้แต่ดูแลงานครัว จนกระทบเวลาสอน กระทรวงศึกษาธิการ จึงเตรียมหารือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อเข้ามาร่วมสนับสนุนภารกิจดังกล่าว โดยให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมดูแลอาหารเด็ก โมเดลนี้ไม่ได้หวังแค่ลดภาระครู แต่ยังต้องการให้เด็กได้รับอาหารที่มีคุณภาพตามหลักโภชนาการ พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ผ่านการซื้อวัตถุดิบจากคนในชุมชน เพราะในมุมของตน เด็กในโรงเรียนก็คือ ลูกหลานของชุมชน ที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันดูแล

รมว.ศธ.กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้โลกการศึกษากำลังเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการเข้ามาของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ ที่ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือ แต่กำลังกลายเป็นทักษะพื้นฐานของคนรุ่นใหม่ เนื่องจาก อีก 3 ปีข้างหน้าโครงการประเมินสมรรถะผู้เรียนระดับนานาชาติ หรือ พิซา จะเริ่มวัดทักษะด้านเอไอของผู้เรียนด้วย ซึ่งหมายความว่า หากครูไทยยังไม่เข้าใจเอไอ เด็กไทยก็อาจเสียโอกาสบนเวทีโลก ดังนั้น ภารกิจเร่งด่วนไม่ใช่แค่สอนเด็กใช้เอไอ แต่ศธ.ต้องเร่งเติมทักษะเอไอให้แก่ครู เพื่อให้สามารถนำไปถ่ายทอดและประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนได้จริง ซึ่งคำถามสำคัญจึงไม่ใช่จะใช้เอไอหรือไม่ แต่คือจะใช้เอไออย่างไรให้เกิดประโยชน์ต่อการศึกษาไทย และยกระดับผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนได้มากที่สุด



