กลายเป็นข่าวช็อกวงการเบื้องหลังและทำเอาแฟนคลับตกใจไม่น้อย เมื่อ “หญิงออน ดวงพร” อดีตภรรยาของ “ตั้มวิชญะ จารุจินดา” ทายาทคนโตของนักแสดงรุ่นใหญ่ระดับตำนาน “ดวงดาว จารุจินดา” ได้ออกมาประกาศผ่านโซเชียลว่าทั้งคู่ได้ลดสถานะและแยกทางกันมาสักพักใหญ่แล้ว จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และโยงไปถึงเรื่องความสัมพันธ์ภายในครอบครัว

“หญิงออน” ประกาศเลิก “ตั้ม วิชญะ” มาพักใหญ่แล้วเป็นการจบกันด้วยดีไร้ปัญหา!

ล่าสุดในงานบวงสรวงซีรีส์ “อันเนื่องมาจาก” คุณอา ดวงดาว จารุจินดา ได้ออกมาเปิดใจถึงเรื่องว่า “ในเรื่อง ตั้ม วิชญะ ที่แยกทางกับภรรยาแล้ว คือเรื่องลูกเนี่ยเขาโตมากแล้ว พี่ตั้ม 48 จะ 50 แล้ว น้องเติ้ล(ตะวัน)ก็ 45 แล้ว ลูกเป็นผู้ชาย เราเป็นแม่ เราต้องให้สเปซของลูก เราจะไม่ก้าวก่าย ไม่ยุ่งกัน แม่จะอยู่ตรงนี้เสมอ ถ้าลูกพร้อมจะเล่าหรือต้องการความช่วยเหลือ แม่อ้าแขนรอตลอด พร้อมโอบกอดและเป็นกำลังใจให้

แต่เรื่องอื่นไม่ก้าวล่วง ถ้าเขาอยากเล่าเขาจะเล่าเอง ถ้าไม่เล่าแปลว่าเขาไม่อยากให้แม่ไม่สบายใจ ทุกคนล้วนมีชีวิตของตัวเอง มีล้มมีลุกมีผิดพลาด ตัวเราเองก็เคยล้มมาก่อน เคยเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวมาก่อน จนมาเจอผู้ชายดีๆ อย่าง “คุณพลากร สมสุวรรณ” เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก เป็นเรื่องธรรมดามาก ใครที่ไม่แฮปปี้ก็แค่หาสิ่งที่แฮปปี้แล้วเดินหน้าต่อไป ตอนนี้อากับพี่ตั้มก็ไลฟ์คู่กันตลอดใน TikTok ไปให้กำลังใจเราสองคนแม่ลูกได้ค่ะ

แล้วเขาไม่เคยมาปรึกษาเราก่อน โตแล้ว อย่างที่บอกว่าจะ 50 อยู่แล้ว ถามว่าตกใจไหมตอนที่เห็นอดีตลูกสะใภ้โพสต์แจ้งข่าวเรื่องนี้ คือเราเคารพการตัดสินใจทุกอย่างค่ะ แต่เอาจริงๆ นะ เราไลฟ์ขายแต่ของ รู้ทีหลังคนอื่นเลย(หัวเราะ) ส่วนตั้มดูเครียดให้เห็นไหม ไม่ค่ะ เขาก็ใช้ชีวิตของเขาไป เขาอาจจะรู้มั้งเพราะแม่ก็เคยผ่านมาก่อน แล้วเขาก็เคยอยู่ในสภาวะที่พ่อแม่เลิกกัน แต่ของเขาคือไม่มีลูก ถามในส่วนของเราก็คือถ้าอยู่ด้วยกันแล้วไม่มีความสุข ทุกคนก็ต้องแยกย้ายไปหาความสุข เราไม่รู้จุดจริงๆ ของเขาสองคนหรอกว่าคืออะไร แต่เราเคารพการตัดสินใจของทั้งคู่ เพราะตอนที่เขาเป็นลูกสะใภ้ เขาก็ดีและน่ารักกับเรา

พอมีข่าวออกมาก็มีบางคนเข้าไปคอมเมนต์ว่า สาเหตุที่เลิกกันเพราะแม่สามีไม่ปลื้มลูกสะใภ้ เนื่องจากมีข่าวคราวเยอะ ไม่ค่ะ(หัวเราะ) ดวงดาวไม่ได้เป็นแบบนั้น เราเคยผ่านการเลิกราผ่านชีวิตตรงนั้นมาแล้ว แล้วเราจะไปพูดเรื่องคนอื่นทำไม เอาชีวิตเราให้รอด ไม่ว่าจะเป็นใครเราก็เคารพการตัดสินใจของทุกคน เวลาที่มีเรื่องละเอียดอ่อนในครอบครัวอาจะไม่ยุ่งเลย

เพราะไม่มีใครรู้ลึกจริงๆ ว่าแต่ละบ้านมีปัญหาอะไร บางเรื่องเราก็เก็บไว้และเยียวยาหัวใจตัวเอง อาก็เยียวยาตัวเองด้วยครอบครัว อามีแม่ซึ่งเป็นเสาหลัก เราสัญญากับคุณพ่อไว้ว่าจะดูแลคุณแม่ให้ดีที่สุด แล้วพี่ตั้มเป็นหลานคนแรกของคุณยาย คิดว่าสิ่งที่เขากลัวที่สุดคือถ้าคุณยายรู้ คุณยายจะรู้สึกยังไง พอข่าวออกตู้ม คุณยายโทรหาพี่ตั้มทันทีตอนที่เขากำลังไลฟ์กับเราอยู่ เราก็เลิ่กลั่กเลยเพราะแม่รู้จากข่าวทีวี

แต่พี่ตั้มก็กลับมาหาคุณยาย มากินข้าวด้วยกัน สิ่งหนึ่งที่อยากพูดแล้วน้ำตาจะไหลก็คือเมื่อก่อนพี่ชายเรา(ลุงเล็ก)จะอยู่กับแม่ตลอด พอพี่ชายจากไปแม่ก็ต้องอยู่คนเดียว กินข้าวคนเดียว พอหลานชายคนแรกที่คุณยายเลี้ยงมากับมือกลับมาหา กลับมากินข้าวด้วยกัน มันเป็นสิ่งที่คุณยายมีความสุขมาก ได้ลุกมาทำกับข้าวให้หลานกิน อาเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วล้วนดีเสมอ

ตอนนี้พี่ตั้มก็ได้มาทำหน้าที่อยู่ข้างๆ คุณยาย ได้มากอด มาหอม จากที่เมื่อก่อนไม่ค่อยได้ทำเลย ยิ่งช่วงที่เขามีปัญหาเขาอาจจะไม่ได้ติดต่อเรา เราก็ไม่ไปกวน เราอยู่ตรงนี้ ถ้าลูกต้องการถึงจะเข้ามาหา เราต้องเคารพเขาเพราะเขาโตแล้ว ถามว่าตอนนี้ยังมีอะไรห่วงตั้มไหม ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เขาโตแล้ว เพื่อนอาอย่าง “คุณโย ทัศน์วรรณ” ก็จะบอกว่า เฮ้ย ลูกจะ 50 แล้ว ไม่เป็นไรหรอก ล้มแล้วเดี๋ยวก็ลุกขึ้นมาได้ แล้ว “คุณดวงใจ” ก็จะบอกว่า สิ่งใดเกิดขึ้นแล้วย่อมดีเสมอ ฉะนั้นข้างกายเราจะมีเพื่อนที่ดีที่คอยโอบกอดซึ่งกันและกัน”