สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 16 พ.ค. ว่า รัฐวิสาหกิจด้านน้ำมันของอินเดีย ได้แก่ อินเดียน ออยล์ คอร์ป (ไอโอซี) ฮินดูสถาน ปิโตรเลียม คอร์ป (เอชพีซีแอล) และภารัต ปิโตรเลียม คอร์ป (บีพีซีแอล) ซึ่งมีส่วนแบ่งในการควบคุมสถานีบริการน้ำมันมากกว่า 90% จากทั้งหมดราว 103,000 แห่งทั่วประเทศ มักกำหนดราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลไปในทิศทางเดียวกัน
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดีเซลในกรุงนิวเดลีเพิ่มเป็นลิตรละ 90.67 รูปี (ราว 30.80 บาท) และน้ำมันเบนซินเพิ่มเป็นลิตรละ 97.77 รูปี (ราว 33.22 บาท) เพิ่มขึ้น 3.4% และ 3.2% ตามลำดับ จากเดิมที่ 87.67 รูปี (ราว 29.78 บาท) และ 94.77 รูปีต่อลิตร (ราว 32.20 บาท) ซึ่งเป็นการขึ้นราคาครั้งแรกในรอบ 4 ปี
India raises retail fuel prices for first time since Iran war started https://t.co/nKbyxFvwJH https://t.co/nKbyxFvwJH
— Reuters (@Reuters) May 15, 2026
เพื่อควบคุมการใช้น้ำมันและลดภาระค่านำเข้าน้ำมัน ท่ามกลางวิกฤติสงครามในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ รัฐบาลอินเดียออกมาตรการรัดเข็มขัด ขณะที่ผู้กำหนดนโยบายเตรียมรับมือกับวิกฤติพลังงานที่อาจยืดเยื้อ
นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี เรียกร้องให้มีมาตรการหลายอย่าง รวมถึงการประหยัดเชื้อเพลิง การทำงานจากที่บ้าน และการจำกัดการเดินทางกับการนำเข้า หลังราคาพลังงานโลกพุ่งสูง กดดันทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของอินเดีย และผู้นำอินเดียสั่งลดจำนวนรถยนต์ในขบวนติดตาม
บางรัฐของอินเดียออกประกาศให้หน่วยงานราชการจำกัดการเดินทาง หลีกเลี่ยงการจัดกิจกรรมแบบพบหน้า และเปลี่ยนการประชุมเป็นระบบออนไลน์ พร้อมกำหนดให้เจ้าหน้าที่ทำงานจากบ้านสัปดาห์ละ 2 วัน และให้พนักงานเข้าทำงานเพียงครึ่งหนึ่งของจำนวนทั้งหมด
ทั้งนี้ อินเดียมีแนวโน้มขยายมาตรการเหล่านี้ไปยังพนักงานหลายล้านคนทั่วหน่วยงานรัฐบาลกลาง ธนาคารของรัฐ และรัฐวิสาหกิจ สะท้อนถึงการควบคุมการใช้จ่ายและการดำเนินงานอย่างเข้มงวดมากขึ้น ท่ามกลางความเสี่ยงทางการเงินของประเทศที่เพิ่มขึ้น.
เครดิตภาพ : REUTERS



