พ.ต.อ. สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.)  เปิดเผยว่า สคส. ได้จัดทำ “แผนปฏิบัติการด้านสิทธิมนุษยชน สคส. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569” โดยออกแบบให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ 5 รวมถึงแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (NAP) และหลักการสากลด้านสิทธิมนุษยชน โดยมีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลข้อมูลส่วนบุคคลของไทยให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติระดับสากล ซึ่งจะเร่งขับเคลื่อนแผนดังกล่าวผ่าน 3 มิติสำคัญ ได้แก่ 1. มิติยกระดับองค์กร ที่มุ่งสร้างวัฒนธรรมองค์กรเคารพสิทธิมนุษยชน ผ่านการอบรมบุคลากรและกระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากภายในองค์กร

2.มิติคุ้มครองกลุ่มเปราะบาง ที่มุ่งพัฒนาสื่อความรู้และช่องทางร้องเรียนที่ทุกคนเข้าถึงได้ตามหลักยูนิเวอร์แซล ดีไซน์ เช่น สื่อที่หาอ่านง่าย ภาษามือ และระบบอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงสิทธิของตนเองได้อย่างเท่าเทียม และ 3. มิติเฝ้าระวังเชิงรุก ที่เน้นการติดตาม วิเคราะห์ และประเมินความเสี่ยงจากการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงผลกระทบจากการใช้ เอไอ และเทคโนโลยีดิจิทัลที่อาจนำไปสู่การเลือกปฏิบัติ การเฝ้าระวังประชาชน หรือการละเมิดสิทธิเสรีภาพ

พ.ต.อ.สุรพงศ์ กล่าวต่อว่า อีกหนึ่งในประเด็นสำคัญของปี 69 คือ การจัดทำ “แนวปฏิบัติด้าน AI และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” เพื่อป้องกันการใช้ เอไอ ในลักษณะที่ละเมิดสิทธิประชาชน หรือสร้างอคติในการประมวลผลข้อมูล โดยเฉพาะข้อมูลอ่อนไหว ซึ่ง เอไอ จะต้องเติบโตควบคู่กับธรรมาภิบาลและสิทธิมนุษยชน เทคโนโลยีไม่ควรถูกใช้เป็นเครื่องมือในการเลือกปฏิบัติ ละเมิดความเป็นส่วนตัว หรือสร้างผลกระทบต่อกลุ่มเปราะบาง  จึงต้องวางกรอบกำกับดูแลที่สมดุลระหว่างนวัตกรรมกับสิทธิของประชาชน

“ปัจจุบัน ข้อมูลส่วนบุคคล  ไม่ใช่เพียงทรัพย์สินทางดิจิทัล แต่เป็นส่วนหนึ่งของ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และสิทธิขั้นพื้นฐานที่ทุกคนต้องได้รับการคุ้มครอง โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันอย่างเข้มข้น ซึ่ง สคส. เชื่อว่าการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล คือ การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน เพราะเมื่อข้อมูลรั่วไหล ถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ หรือถูกใช้เพื่อเลือกปฏิบัติ ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสรีภาพ ความปลอดภัย และศักดิ์ศรีของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ”