เมื่อวันที่ 17 พ.ค. นายแพทย์เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์  แพทย์และอินฟลูเอนเซอร์สายสุขภาพชื่อดัง ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชปฏิบัติทั่วไป ที่โด่งดังจากการให้ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพ การป้องกันโรค และการลดน้ำหนักแบบเข้าใจง่าย ได้โพสต์ข้อความลงเพจหมอเจด ให้ความรู้เรื่องสุขภาพว่า

เวลาพูดถึง “กล้ามเนื้อ” คนส่วนใหญ่มักนึกถึงเรื่องหุ่น เรื่องแรง หรือการออกกำลังกายครับ แต่จริง ๆ แล้วมวลกล้ามเนื้อเกี่ยวกับสุขภาพลึกกว่านั้นมาก เพราะกล้ามเนื้อไม่ได้มีหน้าที่แค่พยุงร่างกาย แต่มันยังเกี่ยวกับภูมิคุ้มกัน การอักเสบ ฮอร์โมน และการควบคุมน้ำตาลด้วย มีงานวิจัยหลายชิ้นพบว่า คนที่มีกล้ามเนื้อน้อย หรือมีภาวะ Sarcopenia อาจมีความเสี่ยงโรคเรื้อรัง รวมถึงมะเร็งบางชนิดเพิ่มขึ้น และถ้าเป็นมะเร็งอยู่แล้ว คนที่มวลกล้ามเนื้อน้อย มักฟื้นตัวได้แย่กว่า ทนคีโมได้น้อยกว่า และมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนสูงกว่าครับ

1 กล้ามเนื้อน้อย = การอักเสบในร่างกายสูงขึ้น

กล้ามเนื้อช่วยควบคุมการอักเสบในร่างกายครับ ถ้ามวลกล้ามเนื้อน้อย ร่างกายจะเข้าสู่ภาวะอักเสบเรื้อรังได้ง่ายขึ้น ซึ่งภาวะอักเสบเรื้อรังนี่แหละ เป็นหนึ่งในปัจจัยที่สัมพันธ์กับมะเร็งหลายชนิด ทั้งมะเร็งลำไส้ ตับ และเต้านม ยิ่งมีกล้ามเนื้อน้อยร่วมกับไขมันลงพุง ความเสี่ยงจะยิ่งสูงขึ้นครับ

2 กล้ามเนื้อช่วยคุมน้ำตาลและอินซูลิน

กล้ามเนื้อเป็นที่ใช้น้ำตาลหลักของร่างกายครับ ถ้ากล้ามเนื้อน้อย น้ำตาลจะค้างในเลือดง่าย อินซูลินสูงง่าย และเกิดภาวะดื้ออินซูลินได้เร็ว ซึ่งภาวะนี้สัมพันธ์กับมะเร็งหลายชนิดเช่นกัน โดยเฉพาะมะเร็งตับอ่อน ลำไส้ และมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกครับ

3  คนมีกล้ามเนื้อน้อย มักฟื้นตัวจากโรคได้แย่กว่า

เวลาร่างกายป่วยหนัก ผ่าตัด หรือได้รับคีโม ร่างกายจะใช้โปรตีนและพลังงานสูงมากครับ ถ้ามีกล้ามเนื้อน้อยอยู่แล้ว ร่างกายจะเสียสมดุลเร็ว ฟื้นตัวช้า ติดเชื้อง่าย และทนผลข้างเคียงจากการรักษาได้แย่กว่า บางคนไม่ได้เสียจากตัวมะเร็งโดยตรง แต่เสียจากร่างกายที่อ่อนแอเกินรับการรักษาไหวครับ

4 อายุเยอะขึ้น กล้ามเนื้อยิ่งหายเร็ว

หลังอายุประมาณ 30 ปี มวลกล้ามเนื้อจะเริ่มลดลงเฉลี่ยประมาณ 3–8% ต่อ 10 ปี และหลังอายุ 60 ปี จะยิ่งลดเร็วขึ้นครับ ยิ่งถ้าไม่ขยับตัว กินโปรตีนน้อย หรือนอนดึก กล้ามเนื้อจะยิ่งหายไว บางคนดูน้ำหนักปกติ แต่จริง ๆ กล้ามเนื้อน้อยและไขมันสูง แบบนี้เรียกว่า “ผอมแต่เสี่ยง” ครับ

5  การสร้างกล้ามเนื้อ ไม่ใช่เรื่องของคนเล่นกล้ามอย่างเดียว

ไม่จำเป็นต้องเล่นเวทหนักแบบนักกีฬาเลยครับ แค่เริ่มขยับ ใช้แรง และกินโปรตีนให้พอ ก็ช่วยรักษากล้ามเนื้อได้แล้ว และต้องไม่ใช่แค่มีกล้ามเนื้อเยอะเท่านั้นนะ แต่ต้องเป็นกล้ามเนื้อที่ไม่มีไขมันแทรกด้วยครับ ยิ่งอายุมาก ยิ่งควรใส่ใจ เพราะกล้ามเนื้อที่ดี ไม่ได้ช่วยแค่เรื่องแรง แต่ช่วยเรื่องภูมิคุ้มกัน การเผาผลาญ และการฟื้นตัวจากโรคด้วยครับ

สิ่งที่ช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อได้ดี คือทำสม่ำเสมอครับ

• กินโปรตีนให้พอประมาณ 1–1.2 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน

• ฝึกเวทหรือใช้แรงอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง

• เดินให้มากขึ้น ลดการนั่งนานต่อเนื่องหลายชั่วโมง

• นอนให้พอ เพราะกล้ามเนื้อฟื้นตัวช่วงหลับลึกครับ

• ถ้าอายุมากขึ้น ควรเริ่มเช็กมวลกล้ามเนื้อร่วมกับเปอร์เซ็นต์ไขมันบ้างครับ

สรุปคือมวลกล้ามเนื้อ ไม่ได้สำคัญแค่เรื่องรูปร่างครับ แต่มันเป็นเหมือน “ทุนสุขภาพ” ของร่างกาย ยิ่งมีกล้ามเนื้อเหมาะสม ร่างกายก็ยิ่งคุมการอักเสบ น้ำตาล และฟื้นตัวจากโรคได้ดีขึ้น เพราะฉะนั้นอย่ารอให้แรงตก เดินไม่ไหว หรือป่วยก่อนค่อยเริ่มสร้างกล้ามครับ ใครมีคำถาม หรืออยากให้ผมเขียนความรู้เรื่องอะไรคอมเมนต์กันมาได้เลยนะครับ