จากประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก สำหรับกรณีของ “ทราย สก๊อต” นักอนุรักษ์คนดัง ที่ออกมาเปิดเผยเรื่องราวสุดสะเทือนใจ โดยอ้างว่าถูกพี่ชายแท้ๆ ล่วงละเมิดทางเพศในวัยเด็ก พร้อมระบุว่าครอบครัวไม่เคยให้ความช่วยเหลือจนตนต้องแบกรับความเจ็บปวดมานานกว่า 30 ปี ต่อมา “พาย สุนิษฐ์” พี่ชายของทราย สก๊อต ได้ยืนยันหนักแน่นว่า เรื่องการข่มขืนไม่เคยเกิดขึ้นจริง ตนรู้สึกเสียใจอย่างมากที่ถูกน้องชายกล่าวหาเช่นนั้น ก่อนที่ ทราย สก๊อต จะออกเผยคลิปที่พูดคุยถึงเรื่องนี้ และภรรยาอย่าง “มายด์ ลภัสลัล” ดาราดังได้ออกมาประกาศถอยห่างสามี เพื่อทบทวนตัวเอง ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 18 พ.ค. ทราย สก๊อต ได้เดินทางมาออกรายการโหนกระแส และเล่าเรื่องราวต่างๆ ในมุมตนเองแล้ว โดย ทราย สก๊อต เผยว่า “วันที่พายปล่อยคลิปผ่านบัญชีภรรยา ที่แก้ตัว โชคดีที่ทราย ไม่ได้เห็นเพราะมันออกตอนกลางคืน ตอนเช้าที่ทรายมาเห็น เป็นวันที่เครียดที่สุดในในชีวิตทราย เพราะว่าเราโดนเขาทำร้ายมาทั้งชีวิต แล้วเราไม่นึกเลยว่าเขาจะหลอกและออกมาพูดในสิ่งที่มันตรงข้ามกับสิ่งที่เขาทำ แล้วทำให้เราดูเหมือนว่าเราเป็นคนบ้า เขาบอกว่าเขาส่งเงินให้เรามาบำบัดจิต ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องจริงเลย แล้วเขาบอกว่ามันเป็นแค่การเล่นระหว่างพี่ชายน้อง การจะข่มขืนคนอื่นมันไม่ใช่เรื่องเล่นเลย เช้าวันนั้น คือวันที่เครียดที่สุด ทรายแทบจะลุกออกมาจากเตียงไม่ได้เลย เพราะเรารู้สึกว่าเราเหมือนโดนเขาทำร้ายอีกแล้ว ต่อหน้าคนอื่นด้วย แค่ตอนนั้นขยับนิ้วตัดคลิปเสียงใส่คำมันให้คนเข้าใจว่าเราเจออะไร ทรายมีแรงสมาธิแค่นั้นแล้วก็กดปล่อย วันนั้นคือวันที่เครียดที่สุดในชีวิตทราย มันเหมือนร่างกายเราจำได้ในวันที่เราโดนทำร้ายจากคนๆ นั้น สิ่งที่เขาทำมันคือการทำร้ายเรา มันเป็นอะไรที่ทรายโชคดีมากที่ทรายมีสติ แล้วก็ปล่อยคลิป มันจบแค่นี้

ตอนนั้นทรายยังไม่ได้เห็นเรื่องดาราเรื่องอื่นเลย แต่ทรายตกใจตอนมาเห็นทีหลัง เขาเอาเรื่องที่มันเกี่ยวกับการทำร้ายเด็กในครอบครัว การข่มขืนจากพี่ชายไปถึงน้องชาย เอามาทำเกี่ยวกับเรื่องที่ดิน คือมันมีแค่กิเลสในใจบางคน เรื่องนี้มันเกี่ยวกับความยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับทราย ไม่ได้เกี่ยวกับทรัพย์สิน แล้วการมาย่อยให้มันเกี่ยวกับเรื่องทรัพย์สินมันสกปรกมาก ทำไมคุณไม่ตอบคำถามใหญ่ๆ มากกว่านั้นว่าผู้ชายคนนั้นเขาข่มขืนทราย มันคนละเรื่องกัน แต่เรื่องนี้คือเรื่องที่ใหญ่ที่สุด นี่คือเรื่องที่มันคือพิษที่มันตามทรายมาทั้งชีวิต ผมเชื่อว่าเหตุผลที่เขาฟ้องร้องคือเขาอยากให้เราเงียบด้วย คือตอนเด็กๆ เขาอาจจะขู่เราว่าถ้าเราทำผิดเขาจะไปฟ้องคุณตา แล้ววันนี้วันที่คุณตาไม่อยู่ เขาเลยใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในการข่มขู่เรา ทรายโตมาในบ้านนั้นแล้วทรายไม่ยอมเป็นเหยื่อของอำนาจหรือการข่มขืนของใครอีกแล้ว ทรายเป็นผู้ชายที่ว่ายน้ำทะเล ที่ทรายเห็นเขาปล่อยคลิปขอโทษทรายกับตัวเอง คุณอาจจะนึกว่าคุณทำร้ายเราได้อีกครั้งหนึ่ง แต่เราไม่ใช่ผู้ชายที่คุณจะทำร้ายได้อีกแล้ว แล้วทรายก็ปล่อยคลิปไปเลย (ตอนนั้น็กังวลใจไหม?) ทรายไม่กลัวตายทรายพูดตรงๆ สิ่งที่เขาทำกับเรามันฆ่าจิตวิญญาณเราทิ้งหลายรอบแล้ว ตอนที่เราโดนไล่ออกจากบ้าน เราก็รู้สึกว่าเราตายไปแล้ว ตอนที่พี่ข่มขืนเรา เราก็รู้สึกว่าเราตายไปแล้ว ตอนที่เขาจ้างพี่เลี้ยงกลับมา เราก็รู้สึกว่าเราตายไปแล้ว ความตายเรื่องกฎหมาย ตอนนี้ทรายไม่ได้คิดเรื่องนั้นแล้ว ทรายเกิดมามีชีวิตเดียว แล้วทรายมีเจตนาที่จะปกป้องทรัพยากรของประเทศนี้ ทรายจะไม่ให้ใครไม่ว่าเขาจะมีเงินหรืออำนาจเยอะขนาดไหนมาขวางในสิ่งที่ทรายต้องทำ ทรายเกิดมาเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรของประเทศนี้ ไม่ได้เป็นเหยื่อของผู้ชายคนหนึ่งที่วิปริตแล้วข่มขืนน้องชายของเขา หรือแม่ที่เห็นความสำคัญของชื่อเสียง แล้วปกป้องความเลวของผู้ชายอีกคนหนึ่ง ไม่ครับ ชีวิตทรายมีคุณค่ามากกว่านั้น ทรายลุกขึ้นพูดเพราะว่าทรายรู้สึกว่าพรสวรรค์ที่ทรายเกิดมาที่มีความหวังที่มีความสามารถทางร่างกายมันเป็นพรสวรรค์ของทรายไม่ใช่ของพวกเขา”

ทราย สก๊อต เผยว่า “ทรายผิดหวังมากตอนที่เห็นคลิปนั้น เข้าใจเลยว่าครอบครัวเลือกฝ่ายไหน มันกลายเป็นเลือกฝ่ายเลย เพราะว่าการที่จะออกออกมาชี้แจงเรื่องนี้ แต่ทุกคนเลือกที่จะหลอก เพราะว่าทรายคาดเดาแล้วว่าพวกเขาน่าจะทำแบบนั้น ทรายเลยเลือกอัดเทปไว้ ทรายรู้แค่ว่าสักวันหนึ่งมันจะต้องจบ ทรายคิดว่ามันต้องจบตอนนี้ ทรายไม่อยากเสียเวลากับคนหรือเรื่องอะไรที่มันไม่ได้มาจากความอีกแล้ว คือบางคนเขาถามทรายว่าทรายจะไปฟ้องร้องคนอื่นหรือเปล่าที่เอาเรื่องมานินทา ไม่ครับเพราะว่าเรื่องประเทศเรามีเรื่องกฎหมายที่เขาฟ้องเพื่อปิดปากโดยไม่มีเหตุผล ทรายเคยโดนขู่เรื่องนี้มาแล้ว ทรายไม่มีทางเป็นบุคคลที่จะใช้อำนาจในทางกฎหมายมาข่มขู่คนอื่น ทุกคนมีสิทธิที่จะพูด คุณจะพูดอะไรมันขึ้นอยู่กับวิจารณญาณ และจรรยาบรรณของคุณแล้ว คือการที่เขาเข้าไปกดไลก์คือผมไม่ได้โฟกัสตรงนั้น คือผมโฟกัสแค่เพื่อนๆ และคนที่เชียร์เรา แต่ทรายก็คิดว่ามันเป็นบทเรียนที่ดีเกี่ยวกับอำนาจที่หลายคนเขามีที่ควรพิจารณา คุณอาจคิดว่าเสียงของคุณไม่มีน้ำหนักได้เรื่องนี้มันเป็นเรื่องซีเรียส และผมก็เข้าใจว่าการที่คุณเข้าไปกดไลก์เรื่องของที่ดิน แทนที่จะโฟกัสเรื่องที่ซีเรียสกว่านั้นคือเรื่องการข่มขืน มันก็สะท้อนเห็นว่าว่า ณ ตอนนั้นเขาให้ความสำคัญกับเรื่องอะไร เรื่องทรัพย์สินมากกว่าความถูกต้อง มันก็อาจจะเป็นเรื่องที่เขาต้องไปพิจารณากันเอง
ส่วนที่มายด์ออกมาขอโทษ ขอตอบตรงๆ นะครับว่าทรายไม่ได้มีมีความรู้สึกอะไร ทรายขอดูจากการกระทำดีกว่า เรื่องแบบนี้มันพูดกันไม่ค่อยได้ ขอดูจากการกระทำหน่อย มันจะมีความช่วยเหลือให้โลกนี้มันมีความยุติธรรมหรือเปล่า มันก็ต้องมีการพูดคุยกัน (ไม่ได้ปิดโอกาสที่จะคุยกับมายด์?) คือจริงๆ มันไม่ใช่ปัญหาที่เขาสร้าง เขาเป็นคนที่แต่งงานเข้ามา เขามีสิทธิที่เขาอาจจะไม่ได้รู้เรื่องนี้จริงๆ มันไม่มีผู้ชายคนไหนที่จะไปบอกเรื่องเขาทำอย่างงั้น จากที่ทรายเดานะครับ คนที่ควรจะออกมารับผิดชอบก็คือพี่ชาย แม่ แล้วก็คนอื่นที่เป็นผู้ใหญ่ในครอบครัวที่รู้เรื่องนี้หมด ซึ่งเป็นทุกคน แล้วไม่ได้ทำอะไร มันคือหน้าที่ของเขาในฐานะที่เขาเป็นผู้ใหญ่ในสังคมที่ออกมารับผิดชอบอย่างจริงใจ เรื่องนี้มันไม่ได้เกี่ยวกับทรัพย์สิน มันเกี่ยวกับเรื่องความยุติธรรม ทรัพย์สินแน่นอน มันเป็นส่วนหนึ่งของความยุติธรรมเพราะมันคือสิทธิของเรา เพราะเราเกิดมาในตระกูลแบบนี้ คุณตาให้แบบนี้ ยืนยันว่าคุณตาให้ผมไม่ได้ให้แม่ แต่คือชีวิตที่คุณตาเขาฝันไว้ให้ทราย เราไม่เคยได้เกิดในนั้นจริงๆ เลย เพราะว่าเราไปอยู่ภาคใต้ เราไร้บ้าน เพราะว่าเราโดนทำร้ายไง ความฝันคุณตาเขาคงอยากให้เราอยู่เหมือนเด็กที่มีฐานะคนหนึ่ง แต่ตอนนี้ทรายไม่ได้นึกถึงเรื่องฐานะแล้ว ทรายแค่รู้สึกว่าความยุติธรรม หลังจากนี้เราก็อยากเดินออกไม่อยากยุ่งอะไรด้วยแล้ว เรื่องนามสกุลสก๊อต ทรายก็ไม่อยากเป็นแล้วครับตอนนี้ เพราะไม่อยากเกี่ยวข้องกับผู้ชายที่ทำร้ายเรา แล้วทรายก็ไม่อยากมีนามสกุลของพ่อที่รู้เรื่องทุกอย่างแล้วไม่ทำอะไร จริงๆ ตอนนี้ทรายคิดว่าทรายอยากเปลี่ยนนามสกุลทรายเป็นสมุทร เขาคือสิ่งที่ดูแลเรามาตลอด แล้วเราก็อยากอยู่กับเขาทั้งชีวิต ทรายคิดว่าถ้าชื่อทราย เป็นทรายสมุทรมันคงอิสระดี และนี่คือสิ่งที่ทรายอยากได้มากที่สุดในชีวิต คือความอิสระ ปลอดจากคนพวกนี้ ปลอดจากเรื่องนี้ ปลอดจากตระกูลนี้”

ทราย สก๊อต เผยต่อว่า “สิ่งที่ต้องการคือความยุติธรรมครับ ไม่ว่าจะออกมาเป็นเรื่องทรัพย์สิน เวลา การชดเชย มันไม่มีอะไรที่มันสามารถชดเชยชีวิตของเราที่เกิดมาได้ 20 ปี มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่จะชดเชย แต่มันสามารถจบได้ ต้องคุยกันครับ แน่นอนว่าทรายบล็อกพวกเขาบน LINE อยู่แล้ว ทรายไม่มีการคุยกับเขาโดยตรง แต่คุณเป็นคนรวยมีเลขา มีผู้ช่วย ให้เขาติดต่อมาสิครับ เราก็มานั่งคุยกันถ้าเกิดกล้า ทรายเป็นคนปกติ ใช้ชีวิตมาเป็นคนปกติ ทรายหาเงินเอง ทรายไม่เคยขอความช่วยเหลือเส้นสายใครในการทำงานอนุรักษ์เลย งานมูลนิธิที่สายเสือประกันให้เจ้าหน้าที่ ทรายก็ระดมเอง เราทำเองหมด เราได้คนที่ช่วยระดมทุนเรา เราไม่เคยขอความช่วยเหลือที่มันเคยสิ่งที่เราควรได้รับ ทรายคือคนปกติ แต่ก็ยังเป็นหลานของคุณตา ถ้าถามว่าจะคุยแบบไหนให้มันจบ คือส่วนที่เป็นของทราย มันคือความเท่าเทียม แต่ทรายโดนกระทำมันก็เลยต้องมีการชดเชยด้วย ที่ดินแน่นอนมันคือของทรายอยู่แล้ว แต่เอาจริงผมจะอยู่ในบ้านหัวหิน แล้วแบ่งที่ดินกับผู้ชายที่ข่มขืนเราเหรอ มันไม่ใช่ ทุกส่วนที่เกี่ยวกับพี่ชายจะขอไม่ใช้ร่วม คือทุกวันนี้เขาไม่ควรจะเดินออกมานอกบ้าน ตอนนี้เขาควรอยู่ในคุก เรื่องแบบนี้มันคือการทำร้ายที่ไม่ใช่เรื่องผ่านในครอบครัว จริงๆ ทรายไม่ชอบคำนั้นนะครับคำว่าภายในครอบครัว เพราะว่าครอบครัวมันเป็นสถาบันที่มันอาจทำร้ายบุคคลภายใน เหตุผลที่หลายคนเจอเรื่องแบบทราย ฆ่าตัวตาย ออกมาไม่รอด ออกมาติดยา มันเป็นเพราะว่าทุกคน ผลักให้มันเป็นเรื่องภายในครอบครัว”



