เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 18 พ.ค. ห้องประชุมมงคลบพิตร (2) อาคาร 1 ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร นายกกิตติมศักดิ์ สมาคม ไทย – ญี่ปุ่น รองประธานรองประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ร่วมประชุมหารือแนวทางการปรับปรุงซ่อมแซมศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยา โดยมี นายเดชาธร เชาว์เลขา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ธนารักษ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รองนายกเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า หลังจากเมื่อวันที่ 19 มกราคม นายมาซาโตะ โอตากะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เดินทางลงพื้นที่ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เพื่อหารือแนวทางการซ่อมแซมและปรับปรุงศูนย์ฯ ให้ทันสมัย พร้อมกลับมาให้บริการประชาชนอีกครั้ง และในการประชุมครั้งนี้เพื่อติดตามความคืบหน้าการออกแบบและวางแผนการปรับปรุงพื้นที่ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ให้สามารถกลับมาเปิดให้บริการกับประชาชนได้อีกครั้ง

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร นายกกิตติมศักดิ์ สมาคม ไทย – ญี่ปุ่น กล่าวว่า ทางนายมาซาโตะ โอตากะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย หารือกับสมาคมไทย – ญี่ปุ่น ถึงการซ่อมแซมอาคารและส่วนการจัดแสดงภายในศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา และเตรียมจัดงานฉลองความสัมพันธ์ไทย – ญีปุ่น ครบ 140 ปี ในปี 2570 โดยให้ทางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ออกแบบและวางแผนการดำเนินงาน และปรับปรุงพื้นที่อาคาร และภูมิทัศน์โดยรอบ ให้สามารถกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง เพื่อเป็นจุดศึกษาความสำคัญของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเป็นจุดเริ่มต้นของการท่องเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ต่อมา นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร นายกกิตติมศักดิ์ สมาคม ไทย – ญี่ปุ่น รองประธานรองประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พร้อมคณะลงพื้นที่ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยา โดยมีนายเดชาธร เชาว์เลขา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หอการค้าจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่เพื่อวางแผนการปรับปรุงอาคารและภูมิทัศน์โดยรอบศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา

โดยนางกอบกาญจน์ กล่าวว่า นายมาซาโตะ โอตากะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย หารือกับสมาคมไทย – ญี่ปุ่น ถึงการซ่อมแซมอาคารและส่วนการจัดแสดงภายในศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา และเตรียมจัดงานฉลองความสัมพันธ์ไทย – ญีปุ่น ครบ 140 ปี ในปี 2570 โดยให้ทางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ออกแบบและวางแผนการดำเนินงาน และปรับปรุงพื้นที่อาคาร และภูมิทัศน์โดยรอบ ให้สามารถกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง เพื่อเป็นจุดศึกษาความสำคัญของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเป็นจุดเริ่มต้นของการท่องเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์ จัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2529 โดยมองว่าอยุธยานอกจากจะเป็นอดีตเมืองหลวงของสยามที่มีอายุยืนยาวถึง 417 ปี และได้วางรากฐานทางวัฒนธรรมให้กับประเทศไทยสมัยใหม่แล้วยังเคยเป็นศูนย์กลางของสังคมการค้าในอุษาคเนย์ในระยะเวลาหนึ่งด้วย และจัดตั้งขึ้นตามโครงการที่นักวิชาการไทยและนักวิชาการญี่ปุ่นปรับขยายมาจากข้อเสนอเดิมของสมาคมไทย-ญี่ปุ่นและจังหวัดพระนครศรีอยุธยาซึ่งเคยเสนอปรับปรุงบริเวณที่เคยเป็นหมู่บ้านญี่ปุ่นให้จัดสร้างเป็นพิพิธภัณฑ์หมู่บ้านญี่ปุ่น

อยุธยาเต็มไปด้วยความหลากหลายทางชาติพันธุ์และศาสนา ทั้งไทย จีน แขก ฝรั่ง และญี่ปุ่นด้วย มีหลักฐานสำคัญที่บ่งบอกว่ามีชาวญี่ปุ่นเคยตั้งรกรากที่อยุธยา กระทั่งเกิดเป็นหมู่บ้านญี่ปุ่น ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยาอันเกิดจากความร่วมมือระหว่างนักวิชาการไทย-ญี่ปุ่น เพื่อศึกษาอดีตเมืองหลวงสยามที่รุ่งเรืองมายาวนานถึง 417 ปี ซึ่งพ่วงไปด้วยความเป็นมาของภูมิภาคอุษาคเนย์อย่างแยกกันไม่ออก เท่ากับได้รู้จักอดีตของไทยและของอาเซียนไปพร้อม ๆ กัน ผ่านการทำความเข้าใจสังคมในอดีตของกรุงศรีอยุธยาการออกแบบจะอยู่ในลักษณะของสถาปัตยกรรมของอาคารแบบญี่ปุ่น หลังจากนั้นได้เปลี่ยนรูปแบบสถาปัตยกรรมเป็นไทย สืบเนื่องจากเป็นศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยา จนมาถึงปัจจุบัน แต่ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์ถูกปิดลงนานกว่า 2 ปี โดยทางประเทศญี่ปุ่นจะดำเนินการปรับปรุง ร่วมกับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อสร้างคุณค่าของศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์ให้เป็นสถานที่เอาไว้ให้เด็กและเยาวชนและนักท่องเที่ยว ได้ศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยาที่รุ่งเรือง

ทั้งนี้ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาจัดตั้งขึ้นจากความร่วมมือของนักวิชาการไทยและญี่ปุ่น โดยรัฐบาลญี่ปุ่นมอบทุนก่อตั้ง 999 ล้านเยน (ประมาณ 170 ล้านบาทในเวลานั้น) เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุครบ 60 พรรษาในปี พ.ศ. 2530 ศูนย์ฯ แบ่งพื้นที่เป็นสองส่วน ได้แก่ ส่วนที่ตั้งอยู่ในเกาะเมือง ติดกับสถาบันราชภัฏอยุธยา และส่วนที่สองอยู่ในหมู่บ้านญี่ปุ่นเดิม ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก ใต้วัดพนัญเชิง ภายในจัดแสดงนิทรรศการถาวรเกี่ยวกับกรุงศรีอยุธยา ซึ่งเป็นราชธานี เมืองท่า ศูนย์กลางอำนาจทางการเมือง การปกครอง และการค้ากับต่างประเทศนิทรรศการประกอบด้วยแผนที่และแบบจำลองที่น่าสนใจ เช่น ภาพเขียนสีน้ำมันแผนผังเมืองอยุธยาในสายตาพ่อค้าชาวดัตช์ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17 แบบจำลองพระราชวังโบราณ วัดไชยวัฒนาราม เพนียดคล้องช้าง และเรือจำลองหลากหลายประเภท อาทิ เรือสำเภาจีน เรือคาร์แรทของสเปนและโปรตุเกส รวมถึงเรือแกลลิออนของฮอลันดา นอกจากนี้ยังมีแบบจำลองภายในวิหารพระศรีสรรเพชญ์ และแบบจำลองหมู่บ้านและบ้านเรือนราษฎร นับเป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์อยุธยาและสยามที่ครบถ้วนและเห็นภาพชัดเจนที่สุดแห่งหนึ่ง