เมื่อวันที่ 18 พ.ค. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม แถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีอุบัติเหตุทางรถไฟ บริเวณมักกะสัน พร้อมสรุปมาตรการแก้ไขปัญหาในระยะสั้น และระยะยาวว่า ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บทุกคน ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี ได้กำชับกระทรวงคมนาคมให้เร่งดูแลผู้ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ พร้อมสั่งให้ตรวจสอบสาเหตุของปัญหาอย่างละเอียด โดยขณะนี้ตนได้ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง มีรองปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน ซึ่งกำหนดกรอบสรุปผลภายใน 15 วัน ยืนยันว่ากระทรวงไม่ได้นิ่งนอนใจ และจะดำเนินการอย่างจริงจังทุกมิติ

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า จากการหารือร่วมกันกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้มอบหมายให้การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) ไปศึกษาหาแนวทางว่าหากไม่ให้ขบวนรถไฟ ทั้งรถโดยสาร และรถขนส่งสินค้าเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นในผ่านจุดตัดต่างๆ สามารถดำเนินการได้หรือไม่ และหากทำได้จะมีมาตรการ และเยียวยาการเดินทางของผู้โดยสารอย่างไร อาทิ ผู้โดยสารจากสายตะวันออก จะหยุดที่สถานีลาดกระบัง อาจใช้วิธีต่อรถ ขสมก. หรือรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ ส่วนผู้โดยสารจากสายใต้ จะหยุดที่สถานีตลิ่งชัน อาจใช้วิธีเดินทางต่อด้วย ขสมก. หรือรถไฟฟ้าสายสีแดง ซึ่งค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพิ่มขึ้น จะสนับสนุนด้วยวิธีการใด โดยให้เวลาศึกษา 3 เดือน ทั้งนี้ปัจจุบันพื้นที่กรุงเทพฯ มีจุดตัดรถไฟทั้งหมด 27 จุด แบ่งเป็น สายใต้-ตะวันตก มี 3 จุด, สายตะวันออก มี 16 แห่ง และสายเหนือ มี 8 จุด

ผู้สื่อข่าวถามถึงการแสดงความรับผิดชอบ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ต้องรอผลสอบข้อเท็จจริงก่อนว่าเกิดจากความบกพร่องของใคร หากพบว่ามีประมาท หรือความละเลยจนเกี่ยวข้องถึงตนเอง ก็พร้อมแสดงความรับผิดชอบตามขั้นตอน แต่ยืนยันว่าที่ผ่านมาได้กำชับทุกหน่วยงานให้ยึดความปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่งมาโดยตลอด ทั้งการตรวจแอลกอฮอล์ และสารเสพติดของผู้ควบคุมการเดินรถ ทั้งรถ เรือ และรถไฟ

ด้านนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม กล่าวว่า ตามที่นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งให้ระดมเงินช่วยเหลือเยียวยาจากทุกภาคส่วน ทำให้ปัจจุบันตัวเลขเงินเยียวยาเพิ่มขึ้น ซึ่งเบื้องต้นผู้เสียชีวิตจะได้รับเงินเยียวยารายละ 2.39 ล้านบาท ส่วนค่าจัดงานศพสามารถเบิกจ่ายได้ตามจริงทั้งหมด ขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บจะได้รับเงินช่วยเหลือเริ่มต้นรายละ 1.3 แสนบาท และหากบาดเจ็บสาหัสต้องผ่าตัด จะได้รับการช่วยเหลือประมาณ 1 ล้านบาท ทั้งนี้ผู้ที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ทางกระทรวงคมนาคมจะเป็นผู้ดูแลค่าใช้จ่ายทั้งหมด ส่วนผู้ที่กลับบ้านแล้วจะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อ เพื่อนำเงินเยียวยาไปมอบให้ ขณะที่ผู้เสียชีวิต จะจ่ายค่าจัดงานศพก่อน และเงินส่วนที่เหลือจะดำเนินการมอบให้ทายาทโดยธรรมต่อไป

นายสิริพงศ์ กล่าวอีกว่า ยืนยันว่ากระทรวงคมนาคมจะไม่มีการปกป้องผู้กระทำผิด โดยแบ่งการดำเนินการเป็น 3 ส่วน คือ 1.ความผิดทางอาญา ตำรวจจะดำเนินคดีตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด โดย รฟท. จะเป็นเจ้าทุกข์ฟ้องร้องพนักงานขับรถไฟฐานประมาททำให้ผู้อื่นเสียชีวิต 2.ความผิดทางวินัย รฟท. และ ขสมก. จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนทุกระดับชั้น หากพบผู้บังคับบัญชาละเลย จะถูกสั่งพักงานและรับโทษทางวินัยทันที และ 3. ตามที่นายพิพัฒน์ให้ให้นโยบายไว้กับกระทรวงคมนาคม จะยกระดับความปลอดภัย (พ.ร.บ.ราง) บังคับใช้มาตรฐานเทียบเท่าการบิน ยกเลิกการสุ่มตรวจ เปลี่ยนเป็นปูพรมตรวจสารเสพติด 100% พนักงานขับรถสาธารณะทุกคน (รฟท., ขสมก., บขส.) ต้องตรวจวัดแอลกอฮอล์ก่อนปฏิบัติหน้าที่ทุกวัน ไม่มีข้อยกเว้น และในส่วนของรถไฟ หากไม้กั้นไม่ลง ห้ามมีการเดินรถเด็ดขาด เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนมากขึ้น

นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า เบื้องต้นกระทรวงคมนาคมห้ามไม่ให้มีการเดินรถขนส่งสินค้าเข้าพื้นที่ชั้นในกรุงเทพฯ ในเวลากลางวัน ให้วิ่งเฉพาะกลางคืน ตั้งแต่เวลา 22.00 -04.00 น. อย่างไรก็ตามปัญหาจุดตัดรถไฟและรถยนต์ กระทรวงคมนาคมมีแผนแม่บทแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการยกระดับเส้นทางรถไฟสายเหนือ และสายตะวันออกเฉียงเหนือ(อีสาน) สามารถลดจุดตัดระดับดินได้แล้วจำนวนมาก ยังเหลือบางพื้นที่ โดยเฉพาะเส้นทางสายตะวันออกที่ยังมีจุดตัดระดับดินเข้าสู่กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นบริเวณที่เกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ นอกจากนี้ได้มอบหมายให้ รฟท. พิจารณาว่าสามารถย้ายจุดเปลี่ยนถ่ายสินค้าออกไปนอกกรุงเทพฯ ได้ทั้งหมดหรือไม่ เช่น สายเหนือ-อีสาน ที่ชุมทางบ้านภาชี สายใต้-ตะวันตก ที่สถานีนครปฐม และสายตะวันออก ที่ ICD ลาดกระบัง เพื่อไม่ให้รถสินค้าวิ่งผ่านจุดตัดในเขตเมืองอีก

นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่า รฟท. รักษาการผู้ว่า รฟท. กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า พนักงานขับรถไฟขบวนเกิดเหตุ มีสารแอมเฟตามีน และสารกัญชาในปัสสาวะ โดย รฟท. ได้มีคำสั่งให้ออกจากงานไว้ก่อน ขณะที่พนักงานควบคุมเครื่องกั้น และช่างเครื่อง ได้มีคำสั่งย้ายให้ไปปฏิบัติงานด้านอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตามในส่วนของใบอนุญาตขับรถไฟนั้น รฟท. จะออกให้พนักงานขับรถไฟ ซึ่งผู้ที่จะเป็นพนักงานขับรถไฟได้ต้องผ่านการเป็นช่างเครื่อง ที่ปฏิบัติงานอยู่ด้านข้างพนักงานขับรถ คุ้นเคยกับเส้นทาง และจุดที่มีเครื่องกั้นไม่น้อยกว่า 7 ปี ก่อนสอบเลื่อนตำแหน่ง พร้อมผ่านการตรวจสุขภาพ และสารเสพติด ปัจจุบัน รฟท. มีพนักงานขับรถประมาณ 951 คน โดยได้ส่งรายชื่อทั้งหมดให้กรมการขนส่งทางราง(ขร.) ออกใบอนุญาตพนักงานขับรถไฟแล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างการยืนยันตัวตนในระบบ ซึ่งขณะนี้ได้รับใบอนุญาตฯ แล้วกว่า 200 ราย โดยคาดว่าจะดำเนินการครบภายในเดือน ก.ค.2569

นายอนันต์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันสายตะวันออก มีขบวนรถโดยสารเดินรถประมาณ 11 ขบวนต่อวัน ขณะที่รถขนส่งสินค้า ประมาณ 10 ขบวนต่อวัน ทั้งนี้ที่ผ่านมา รฟท. ให้ขบวนรถขนส่งสินค้าเดินรถเฉพาะกลางคืนอยู่แล้ว แต่กรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เดิมจะต้องเดินขบวนคืนวันที่ 15 พ.ค.2569 แต่เนื่องจากมีการขนถ่ายสินค้าล่าช้า จึงทำให้ต้องเดินรถเข้ามาในพื้นที่กรุงเทพฯชั้นในในเวลากลางวันของวันที่ 16 พ.ค.2569 อย่างไรก็ตามสำหรับการแก้ไขปัญหาจุดตัดรถไฟในระยะยาว จะใช้เครื่องมือมาตรฐานสากล โดยนำระบบควบคุมรถไฟอัตโนมัติ (ATP) มาใช้ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและการชนกัน ช่วยเพิ่มความปลอดภัย