สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 19 พ.ค. ว่า ข้อตกลงดังกล่าวเป็นการยุติคดีความที่ทรัมป์ยื่นฟ้อง ซึ่งเขาเรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 326,300 ล้านบาท) จากสำนักงานสรรพากร (ไออาร์เอส) โดยให้เหตุผลว่า ไออาร์เอสควรดำเนินการมากกว่านี้ เพื่อป้องกันไม่ให้อดีตเจ้าหน้าที่คนหนึ่ง เปิดเผยข้อมูลการยื่นภาษีของเขาต่อสื่อมวลชน
แม้ทรัมป์จะไม่ได้รับเงินชดเชยใด ๆ แต่เขาจะได้รับคำขอโทษ และกระทรวงยุติธรรมสหรัฐจะจัดตั้งกองทุนที่ควบคุมโดยพันธมิตรของทรัมป์ ซึ่งสามารถจ่ายเงินให้กับผู้ที่อ้างว่าได้รับความเสียหายจาก “การถูกใช้เป็นอาวุธหรือนิติสงคราม”
อย่างไรก็ตาม การฟ้องร้องของทรัมป์ และการยุติคดีความที่เกิดขึ้น ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางว่าเป็นความพยายามที่จะนำเงินภาษีของประชาชน ไปใช้เพื่อประโยชน์ของตัวเขาเอง
ขณะที่ผู้สันทัดกรณีด้านกฎหมายหลายคนอธิบายว่า ข้อตกลงข้างต้นมีความผิดปกติอย่างมาก ทั้งจากลักษณะของคดีความที่ทรัมป์ฟ้องร้องต่อไออาร์เอส และกองทุนขนาดนี้มักถูกจัดตั้งโดยสภาคองเกรส หรืออยู่ภายใต้การกำกับดูแลของศาล ส่งผลให้กองทุนดังกล่าวอาจทำให้เกิดการต่อสู้ทางกฎหมายครั้งใหม่ เกี่ยวกับว่ามันเป็นการแย่งชิงอำนาจของสภาคองเกรส ในการตัดสินใจว่าจะใช้เงินภาษีของประชาชนอย่างไรหรือไม่
อนึ่ง คดีความของไออาร์เอส เกิดขึ้นจากการที่นายชาร์ลส์ ลิตเทิลจอห์น ลักลอบเปิดเผยข้อมูลการยื่นภาษีของทรัมป์ต่อสื่อมวลชนในปี 2562 และ 2563 ซึ่งข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ทรัมป์เสียภาษีน้อยมาก หรือแทบไม่จ่ายภาษีเงินได้เลยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา.
เครดิตภาพ : REUTERS



