ร้านสะดวกซักอัตโนมัติ “CODE CLEAN” รุกตลาดต่อเนื่อง ชูจุดแข็งด้านเทคโนโลยี ระบบหลังบ้าน บริการหลังการขาย มุ่งเป็นพาร์ทเนอร์ระยะยาวเพื่อสร้างผลกำไรที่ยั่งยืนให้แฟรนไชส์ซี ล่าสุด ประกาศจับมือ “Primus” แบรนด์เครื่องซักผ้าอุตสาหกรรมระดับสากล เพื่อมอบประสบการณ์ระดับพรีเมียม สร้างความมั่นใจให้แฟรนไชส์ซี พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่เน้นความสะอาด บริการ ความทันสมัย และความน่าเชื่อถือ ตั้งเป้าเพิ่มสาขาอีก 500 สาขา ภายใน 3-5 ปี

นายณพัฒน์ เบญญศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วอชแอนด์โก จำกัด ผู้ให้บริการร้านสะดวกซักอัตโนมัติ และผู้ให้บริการธุรกิจแฟรนไชส์ร้านสะดวกซักอัตโนมัติ ภายใต้แบรนด์ CODE CLEAN กล่าวว่า ปัจจุบันตลาดร้านสะดวกซักในประเทศไทยมีการแข่งขันสูง โดยมีผู้ประกอบการกว่า 50 แบรนด์ ทำให้นักลงทุนมีตัวเลือกมากขึ้น และพิจารณาปัจจัยในการลงทุนรอบด้านมากขึ้น การแข่งขันจึงไม่ได้วัดกันที่จำนวนสาขาหรือราคาเพียงอย่างเดียว แต่หัวใจสำคัญ คือ คุณภาพของระบบบริหารจัดการ เทคโนโลยี และการสนับสนุนในระยะยาว ซึ่งเป็นสิ่งที่ CODE CLEAN ให้ความสำคัญมาตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจ โดย CODE CLEAN ได้วางตำแหน่งตัวเองเป็น Tech-Driven Laundry Franchise และพร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจกับแฟรนไชส์ซีในระยะยาว โดยได้มีการพัฒนาเทคโนโลยี ระบบหลังบ้าน บริการหลังการขาย เพื่อช่วยให้การบริหารร้านง่ายขึ้น และสร้างผลตอบแทนได้อย่างยั่งยืน

หนึ่งในนวัตกรรมที่เป็นหัวใจหลักของ CODE CLEAN คือ การพัฒนาระบบ Central Payment ที่เชื่อมการทำงานของเครื่องซัก เครื่องอบ และตู้จำหน่ายสินค้าเข้าไว้ในจุดเดียว รองรับการชำระเงินหลากหลายรูปแบบ ทั้งเงินสด สแกนจ่าย และระบบสะสมคะแนน ซึ่งช่วยยกระดับประสบการณ์การใช้งานของลูกค้าให้สะดวกขึ้น และลดภาระการจัดการเงินสดของเจ้าของร้าน นอกจากนี้ ยังได้พัฒนาระบบ Dashboard หลังบ้าน ที่ช่วยให้เจ้าของร้านควบคุมการดำเนินงาน ตรวจสอบยอดขาย และสต๊อกสินค้าแบบเรียลไทม์ มีระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติ และมีฟังก์ชันวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก ซึ่งช่วยลดภาระการบริหารหน้าร้าน และเพิ่มประสิทธิภาพในการตัดสินใจทางธุรกิจ

อีกหนึ่งจุดเด่นคือการวางโมเดลดูแลแฟรนไชส์ซีแบบ Consult & Supportive Partner ที่ทำให้ได้รับความไว้วางใจและมีอัตราการต่อสัญญาแฟรนไชส์สูงถึง 100% โดย CODE CLEAN ดูแลตั้งแต่ก่อนเปิดร้านด้วยการส่งทีมวิศวกรและสถาปนิกช่วยวิเคราะห์พื้นที่และออกแบบร้านที่ได้มาตรฐาน ส่วนช่วงเปิดร้านจะมีการอบรมและส่งเสริมการตลาด หลังเปิดร้านจะมีการให้คำปรึกษาทางธุรกิจอย่างใกล้ชิด มีบริการ Call Center 24 ชั่วโมง ที่ช่วยดูแลหน้าร้านและจัดการปัญหาเบื้องต้น

ความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมและยกระดับมาตรฐานธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ CODE CLEAN ได้รับรางวัลรองอันดับหนึ่ง รางวัลนวัตกรรมแฟรนไชส์ยอดเยี่ยม และรางวัล Marketing Excellence Award in B2B Marketing ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพในการพัฒนาธุรกิจและกลยุทธ์การตลาดที่ตอบโจทย์ผู้ลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายณพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อยกระดับมาตรฐานไปอีกขั้น CODE CLEAN ได้ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ Primus แบรนด์เครื่องซักผ้าอุตสาหกรรมระดับสากลจาก Alliance Laundry Systems ประเทศสหรัฐอเมริกา  โดยนำเครื่อง Primus มาใช้ในร้าน CODE CLEAN ไม่เพียงช่วยเสริมศักยภาพด้านเทคโนโลยีและประสิทธิภาพการดำเนินงานเท่านั้น แต่ยังสร้างความมั่นใจให้แฟรนไชส์ซี และตอบโจทย์การลงทุนในระยะยาว เนื่องจากเครื่องซักผ้า Primus มีจุดเด่นด้านความทนทาน มีอายุการใช้งานยาวนานกว่า 10 ปี และมีเทคโนโลยีที่ช่วยประหยัดพลังงาน ซึ่งจะช่วยให้แฟรนไชส์ซีคืนทุนเร็วขึ้น และลดต้นทุนคงที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ปัจจุบันเรามีสาขาทั่วประเทศรวม 260 สาขา แบ่งเป็นสาขาของบริษัทฯ 60 สาขา แฟรนไชส์ 200 สาขา และจากกลยุทธ์การขยายสาขาของ CODE CLEAN คาดว่าจะทำให้เรามีสาขาเพิ่มอีก 500 สาขา ภายใน 3-5 ปี สำหรับแนวโน้มของธุรกิจร้านสะดวกซักยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก จากไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบายและการขยายตัวของเมือง ซึ่งผู้บริโภคในปัจจุบันไม่ได้เลือกร้านสะดวกซักจากราคาเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับความสะอาด คุณภาพการบริการที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง”

สำหรับนักลงทุนที่สนใจธุรกิจร้านสะดวกซัก สามารถชมนวัตกรรมและพูดคุยแผนธุรกิจกับ CODE CLEAN ได้ที่งาน Thailand Franchise Business Opportunities 2026 วันที่ 4-7 มิ.ย.นี้ ที่ไบเทค บางนา โดยภายในงานจะมีแพ็กเกจการลงทุนที่ยืดหยุ่นและสิทธิพิเศษที่จะสนับสนุนให้แฟรนไชส์ซีเติบโต ภายใต้แนวคิดว่าความสำเร็จของ CODE CLEAN คือ การเห็นพาร์ทเนอร์ทุกรายเติบโตไปด้วยกันอย่างมั่นคงในระยะยาว