เมื่อวันที่ 19 พ.ค. นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) รักษาการผู้ว่า รฟท. เปิดเผยว่า รฟท. ได้จัดพิธีลงนามสัญญาจ้างโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง ส่วนต่อขยาย (สีแดงเข้ม) ช่วงรังสิต–มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.) ศูนย์รังสิต ระหว่าง รฟท. กับ บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) มูลค่าโครงการ 6,057 ล้านบาท และสัญญาจ้างโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง ส่วนต่อขยาย (สีแดงอ่อน) ช่วงศิริราช–ตลิ่งชัน–ศาลายา และสถานีเพิ่มเติม 3 สถานี (สถานีสะพานพระราม 6 สถานีบางกรวย–กฟผ. และสถานีบ้านฉิมพลี) กับ กิจการร่วมค้า ยูที (บริษัท ยูนิคฯ และบริษัท ทรัสตี้ คอนสตรัคชั่น จำกัด) มูลค่าโครงการ 14,720 ล้านบาท โดยตน และนายประสงค์ สุวิวัฒน์ธนชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูนิคฯ เป็นผู้ลงนามในสัญญา

นายอนันต์ กล่าวต่อว่า ขั้นตอนหลังจากนี้ รฟท. จะลงนามสัญญาจ้างผู้ควบคุมงานก่อสร้าง ช่วงศิริราช–ตลิ่งชัน–ศาลายา ประมาณวันที่ 15 มิ.ย. 2569 และช่วงรังสิต-มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ประมาณวันที่ 9 ก.ค. 2569 จากนั้นจะออกหนังสือแจ้งให้เอกชนเริ่มงาน(NTP) ให้ผู้รับจ้างทั้ง 2 โครงการในวันที่ 15 ก.ค.2569 เริ่มก่อสร้างในเดือน ก.ค.2569 ใช้เวลาก่อสร้าง 36 เดือน(3ปี) กำหนดแล้วเสร็จในเดือน มิ.ย.2572 และเปิดให้บริการเดือน ก.ค.2572 อย่างไรก็ตามสำหรับการเดินรถ จะให้บริษัท รถไฟฟ้า รฟท. จำกัด (รฟฟท.) ผู้ให้บริการเดินรถชานเมืองสายสีแดง(รถไฟฟ้าสายสีแดง) ที่ให้บริการอยู่ในปัจจุบัน เป็นผู้เดินรถต่อเนื่อง โดยขบวนรถที่มีอยู่ในขณะนี้จำนวน 25 ขบวน ยังให้บริการเพียงพอ ซึ่งช่วงรังสิต-มธ.ศูนย์รังสิต ระยะทาง 8.84 กิโลเมตร(กม.) จะใช้เวลาเดินทางเพิ่มขึ้นจากช่วงบางซื่อ-รังสิต ประมาณ 9-10 นาที ส่วนช่วงศิริราช-ตลิ่งชัน-ศาลายา ใช้เวลาเดินทางเพิ่มขึ้น จากช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน ประมาณ 20 นาที

นายอนันต์ กล่าวอีกว่า สำหรับช่วงรังสิต-มธ.ศูนย์รังสิต ระยะทาง 8.84 กม. โครงสร้างทางเป็นทางระดับดิน มีสถานี 4 แห่ง ประกอบด้วย สถานีคลองหนึ่ง ม.กรุงเทพ เชียงราก และ มธ.ศูนย์รังสิต พื้นที่ก่อสร้างอยู่ทางด้านขวาของทางรถไฟปัจจุบัน ส่วนใหญ่ใช้ที่ดินรถไฟเป็นหลัก และมีพื้นที่เวนคืนบางส่วนประมาณ 14 ไร่ เพื่อใช้ก่อสร้างสถานี และถนนเข้าออกบริเวณสถานี ส่วนช่วงศิริราช–ตลิ่งชัน–ศาลายา และสถานีเพิ่มเติม 3 สถานี (สถานีสะพานพระราม 6 สถานีบางกรวย–กฟผ. และสถานีบ้านฉิมพลี) ระยะทาง 20.50 กม. แบ่งเป็น ทางระดับดิน 13.83 กม. ทางยกระดับ 6.67 กม. มีสถานี 9 แห่ง ประกอบด้วย สถานีศิริราช บางขุนนนท์ ตลาดน้ำตลิ่งชัน สะพานพระราม 6 บางกรวย-กฟผ. บ้านฉิมพลี กาญจนาภิเษก ศาลาธรรมสพน์ และศาลายา พื้นที่ก่อสร้างอยู่ทางด้านซ้ายของทางรถไฟปัจจุบัน ใช้ที่ดินรถไฟเป็นหลัก ไม่มีเวนคืนที่ดิน

นายอนันต์ กล่าวต่อว่า เรื่องงานเวนคืน ปัจจุบัน รฟท. เสนอขออนุมัติร่างพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดินมายังกระทรวงคมนาคม อยู่ในขั้นตอนการเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) เพื่อพิจารณา โดยวงเงินจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินทั้ง 2 โครงการ รวมประมาณ 209.79 ล้านบาท ส่วนกรณีผู้บุกรุกที่อยู่ในช่วงศิริราช–ตลิ่งชัน–ศาลายา รฟท.จะเร่งเจรจา หากยังไม่ออกจากพื้นที่ก็จะดำเนินการทางกฎหมายต่อไป อย่างไรก็ตามสำหรับโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงส่วนต่อขยาย ทั้ง 2 โครงการ เมื่อเปิดให้บริการแล้ว จะช่วยลดเวลาการเดินทางจาก จ.ปทุมธานี เข้าสู่กรุงเทพฯ และเพิ่มการเข้าถึงพื้นที่ฝั่งธนบุรี-ศาลายา ผ่านระบบรางสายหลักของเมือง ได้อย่างสะดวก และรวดเร็ว รวมถึงลดปัญหาการจราจรติดขัด และยังเป็นการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจ และพื้นที่โดยรอบสถานี ที่สำคัญยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการใช้พลังงานของประเทศได้อย่างยั่งยืนต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามถึงความพร้อมในการก่อสร้างของผู้รับจ้าง 2 โครงการ นายอนันต์ กล่าวว่า ผู้รับจ้างเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ มีประสบการณ์ และความชำนาญในการก่อสร้างมายาวนาน เชื่อมั่นว่าผู้รับจ้างจะสามารถดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จได้ตามแผนงาน ส่วนเรื่องที่มักเป็นปัญหาในการก่อสร้าง โดยเฉพาะการเข้าพื้นที่ก่อสร้าง จะเร่งรัดดำเนินการ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเหมือนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามในส่วนของวงเงินก่อสร้าง ในเวลานี้ยังไม่มีปัญหา ยังอยู่ในกรอบวงเงินประมูล ซึ่งผู้รับจ้างยังไม่ได้หารือเรื่องนี้เพิ่มเติม แต่หากค่าก่อสร้างเพิ่มจริงๆ จะมีเงินชดเชยค่าเงินก่อสร้าง(ค่า K) ประมาณ 3-4% ของวงเงินโครงการ.



