สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 19 พ.ค. ว่า นพ.เทดรอส แอดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) กล่าวต่อที่ประชุมสมัชชาอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชเอ) เกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดระลอกใหม่ของโรคอีโบลาจากเชื้อไวรัสสายพันธุ์บุนดีบูเกียว (Bundibugyo) ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์คองโก) และยูกันดา ว่าน่าวิตกกังวลอย่างยิ่ง และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งระดมทรัพยากรที่จำเป็นทั้งหมด เพื่อตอบสนองต่อการแพร่ระบาดครั้งนี้


ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขของดีอาร์คองโกรายงานจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 26 ราย ภายในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตสะสมเพิ่มเป็นอย่างน้อย 131 รายแล้ว ส่วนจำนวนผู้ป่วยสะสมพุ่งเป็นมากกว่า 500 คน


ทั้งนี้ เชื้อไวรัสอีโบลาแพร่กระจายผ่านการสัมผัสโดยตรง กับสารคัดหลั่งของร่างกายจากผู้ติดเชื้อหรือสัตว์ที่ติดเชื้อ อาการที่มักพบได้บ่อย เช่น ไข้สูง อาเจียน รวมถึงมีเลือดออกทั้งภายในและภายนอกร่างกาย แม้อัตราการเสียชีวิตเฉลี่ยของผู้ป่วยอีโบลาอยู่ที่ประมาณ 50% แต่ในการระบาดหลายครั้งก่อนหน้า อัตรานี้เคยผันผวนตั้งแต่ 25% ไปจนถึงสูงถึง 90%


ด้านศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ (ซีดีซี) ยืนยันการพบชาวอเมริกันติดเชื้อสายพันธุ์บุนดีบูเกียวอย่างน้อย 1 คน เป็นหนึ่งในสมาชิกคณะมิชชันนารี ซึ่งปฏิบัติภารกิจอยู่ในดีอาร์ซี ตอนนี้กำลังมีการประสานงานกันอย่างใกล้ชิดกับหลายประเทศ เพื่อนำตัวผู้ป่วยไปรักษาที่เยอรมนีก่อน

นอกจากนี้ ซีดีซีประกาศมาตรการระงับเข้าสหรัฐ ของผู้ที่มีประวัติเดินทางเยือนดีอาร์คองโก ยูกันดา และซูดานใต้ ในรอบ 21 วันล่าสุด เป็นเวลาอย่างน้อย 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ 18 พ.ค. โดยจะยกเว้นเฉพาะพลเมืองสหรัฐและผู้มีถิ่นพำนักถาวรในสหรัฐเท่านั้น


ทั้งนี้ทั้งนั้น ความเสี่ยงที่โรคอีโบลาจะกลายเป็นภัยคุกคามต่อคนทั้งโลกยังถือว่าต่ำมาก แต่มีความซับซ้อนมากพอที่จะต้องอาศัยการประสานงานระดับนานาชาติ ส่วนการระบาดครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของโรคอีโบลา เกิดขึ้นระหว่างปี 2557-2559 ซึ่งมีผู้ติดเชื้อในแอฟริกาตะวันตกถึง 28,600 คน และเสียชีวิตมากกว่า 11,300 ราย.

เคดิตภาพ : REUTERS