“ทีมข่าวชุมชนเมือง” เช็กลิสต์มาให้ดูทิ้งทวน เริ่มต้นจากสิ่งที่นายชัชชาติลั่นวาจาวินาทีบริหารงานวันแรก กับ 4 นโยบายเร่งด่วน 4 เรื่องที่จะต้องทำให้ “สำเร็จ”

1.แก้น้ำท่วมและการระบาย ปัจจุบันแก้จุดเสี่ยงท่วมแล้ว 75% ขุดลอกท่อระบายน้ำ 3,800 กม.ทุกปี ปรับปรุงเขื่อนฟันหลอ 25 จุด พร้อมติดเซ็นเซอร์วัดระดับน้ำ 248 ตัว มีการเปลี่ยนท่อระบายน้ำเป็นแบบ O-Gutter ใน 11 ถนน แก้ปัญหาขยะขวางทางน้ำ รวมถึงซ่อมอุโมงค์ระบายบึงหนองบอนแล้วเสร็จ เตรียมเปิดใช้ฤดูฝนนี้ แก้ท่วมโซนบางนา-อุดมสุข

2.แก้จราจร ติดตั้งกล้อง CCTV กวดขันวินัยโดยติดไปแล้ว 348 ตัว รวมถึงใช้ Adaptive Control Traffic ติดตั้งแล้ว 74 ทางแยก เน้นจุดจราจรหนาแน่น สามารถลดความล่าช้าได้ 10-41%

3.จัดระเบียบหาบเร่ ชูสะอาด ระเบียบ ไม่กีดขวาง โดยกำหนดจุดผ่อนผันสามารถสแกน ติดตามตัวผู้ค้า ป้องกันสวมสิทธิการค้า และนำร่อง Hawker center สวนลุมพินี

4.แก้รถไฟฟ้าสายสีเขียว BTS โดยเข้าไปดูสัญญาสัมปทานและปัญหาหนี้ ในส่วนสัมปทาน กทม.เสนอคืนให้รัฐบาลเป็นผู้ดูแลหลังหมดสัญญาปี 2572 ส่วนการชำระหนี้ดำเนินการจ่ายไปหมดแล้วเป็นเงิน 70,929 ล้านบาท

แม้ยังไม่อาจเรียกว่า “สมบูรณ์” 100% กับนโยบายเร่งด่วนที่ใช้เวลา 4 ปี แต่ก็ถือว่ามาไกลเกินครึ่ง เพราะสัมผัสได้ถึงความคืบหน้า โดยเฉพาะภาระหนี้ที่ทวงกันมานานก็จบได้สักที

ขณะที่ 216 นโยบายขายคุณภาพชีวิต “ดี” 9 ด้าน ลองมาสำรวจหน่อยว่า 9 ด้านไหน “ดี” 9 ด้านไหน “ร่วง”

เริ่มต้นที่ “ปลอดภัยดี” สร้างแผนที่จุดเสี่ยงอาชญากรรม จราจร และสาธารณภัย BKK Risk Map ตั้งศูนย์สั่งการ ทำเป็น BMA Command Center

“เดินทางดี” ใช้ระบบจัดการจราจรอัจฉริยะ (ITMS) บริหารจราจรทั้งโครงข่าย พัฒนารถสาธารณะทั้งระบบ เพื่อรถสายหลักและรอง เพิ่ม BMA Feeder พัฒนาจุดจอดจักรยานที่ปลอดภัย ปัจจุบันให้บริการ Bike Shering กว่า 1,500 คัน พัฒนาเดินเท้าคุณภาพ ตามเป้า 1,000 กม. ทำแล้ว 1,100 กม. ใน 119 ถนน พัฒนาสกายวอล์กอนุสาวรีย์-ราชวิถี เชื่อม 8 รพ.เดินได้ครบ 360 องศา

“สุขภาพดี” เพิ่มการรักษา เพิ่มเวลา เพิ่มทรัพยากรในศูนย์บริการสาธารณสุข (ศบส.) ขยายเป็น ศบส.พลัส หมอถึงบ้านผ่าน Telemedicine มีคลินิกเพศหลากหลายที่ให้บริการกว่า 50,000 เคส มีการก่อสร้างและปรับปรุง รพ.หลายแห่ง ควบคู่กับตรวจสุขภาพคนกรุงไปแล้วกว่า 1 ล้านคน มี “มอเตอร์แลนซ์” เข้าถึงผู้ป่วยฉุกเฉินใน 8 นาที 100 คัน ครอบคลุมสุขภาพสัตว์กับการออกกฎหมายขึ้นทะเบียน-ฝังไมโครชิปสัตว์เลี้ยง

“สร้างสรรค์ดี” เปลี่ยนศาลาว่าการ กทม. เดิม เป็นพิพิธภัณฑ์เมืองและพื้นที่สาธารณะ ปักหมุดทำฐานข้อมูลรวมพื้นที่ของรัฐและเอกชนให้ประชาชนเลือกใช้จัดกิจกรรม เปิดพื้นที่สตรีทโชว์ ผ่านแพลตฟอร์มจองใช้พื้นที่สาธารณะออนไลน์ เปิดศูนย์ BFMCC : ศูนย์ประสานงานการถ่ายทำภาพยนตร์ในพื้นที่กรุงเทพฯ จัดทำห้องสมุด กทม. สู่ห้องสมุดดิจิทัล ยืมหนังสือออนไลน์ อ่าน e-book ได้จากทุกที และห้องสมุดบางแห่งยังเป็น Co-working space

“สิ่งแวดล้อมดี” เพิ่มพื้นที่สีเขียวและลานกีฬาเดินถึงใน 15 นาที ปลูกต้นไม้ล้านต้น ปัจจุบันปลูกแล้ว 2.45 ล้านต้น เพิ่มการควบคุมรถปล่อยควันดำและตรวจเชิงรุกต้นทาง หนุนคัดแยกขยะโครงการไม่เทรวม เปิด Dog &Pet Park 7 แห่ง

“บริหารจัดการดี” เห็นชัดคือ แพลตฟอร์ม “ทราฟฟี่ ฟองดูว์” ที่เปิดช่องทางประชาชนแจ้งปัญหาเมือง ลดเวลาดำเนินการจากเดิม 2 เดือน เป็น 2 วัน

“เรียนดี” ลดภาระงานเอกสารครูด้วยเทคโนโลยี เพิ่มหลักสูตรภาษาต่างประเทศ ปรับเป็นห้องเรียนดิจิทัล รับดูแลเด็กอ่อนเร็วขึ้น ตั้งแต่อายุ 3 เดือน และปรับเงินเดือนอาสาพี่เลี้ยงในศูนย์เด็กเล็กฯ

“เศรษฐกิจดี” ขับอัตลักษณ์ย่านทั่วกรุง กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก พัฒนาย่านสร้างสรรค์ 55 ย่าน ยกระดับผู้ค้าแผงลอยเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งเงิน จัดหาสถานที่ค้าขาย-สร้างแบรนด์ Made in Bangkok (MIB) คัดเลือกและพัฒนาสินค้าจากผู้ผลิตเปิดเว็บไซต์ next learn เพื่อเข้าไปเรียนรู้ up skill

“โปร่งใสดี” เปิด open data bangkok ให้เข้ามาติดตามข้อมูลนโยบายต่างๆ / open policy เปิดเผยการจัดซื้อจัดจ้างและการเบิกจ่ายงบ / เปิดให้ยื่นขออนุญาตก่อสร้างแบบออนไลน์ และทำงานร่วมกับตำรวจ ปปป. และ ป.ป.ช. เช็กลิสต์ข้าราชการทุจริต ที่มีตัวเลขลงโทษแล้ว 41 ราย

อาจไม่เรียกว่าสำเร็จเพียงแค่คืบหน้า เพราะบางปัญหาก็ยังโผล่มาเตะตา ยกตัวอย่าง คนไร้บ้านที่แม้เข้าใจว่าไม่ใช่เรื่องง่าย และทำไม่ได้โดยลำพัง แต่ปฏิเสธไม่ได้เมื่อปัญหาเกิดขึ้นในเมือง ความคาดหวังต้องไปตกอยู่กับผู้ว่าฯ เมือง การเปิดบ้านอิ่มใจมารองรับไร้บ้านอีกครั้ง เป็นเพียงทางออกหนึ่งของกลุ่มสมัครใจ แต่ปัญหาใหญ่อยู่ที่กลุ่ม “ไม่สมัครใจ” ที่ยังเป็นโจทย์ใหญ่ไม่เล็กลง

แล้วคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองคนอื่นๆ ล่ะ…ตามโจทย์กันมา 4 ปี เห็นฝีมือแล้วให้ผ่าน-ไม่ผ่าน จะให้โอกาสคนเดิม หรือคนใหม่ 28 มิ.ย.นี้ ใครมีสิทธิก็ต้องออกไปเลือกกัน.