เมื่อวันที่ 18 ก.ค. ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เปิดปฏิบัติการแผนขจัดความยากจนและยกระดับฐานะทางสังคม 5 ด้าน ด้วย อววน. (แผนแก้จน 5 ด้าน) ในรูปแบบ Sandbox นำร่องพื้นที่จริง โดยใช้องค์ความรู้ วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นเครื่องมือแก้ปัญหาความยากจนอย่างแม่นยำถึงระดับครัวเรือน หากประสบผลสำเร็จจะขยายผลสู่ทั่วประเทศ โดยมีผู้บริหารระดับสูงของทั้ง 2 กระทรวง และผู้บริหารท้องถิ่น รวม ถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เข้าร่วม
นายยศชนัน กล่าวว่า หัวใจของ Sandbox ครั้งนี้คือ การลงมือปฏิบัติจริงในพื้นที่ โดยใช้แพลตฟอร์มขจัดความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำระดับจังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยในพื้นที่เป็นแกนกลาง เชื่อมโยงการทำงานกับจังหวัด ท้องถิ่น ภาคประชาสังคม และหน่วยงานรัฐทุกระดับ ที่ผ่านมา ระบบข้อมูล PPPConnext ของกระทรวง อว. สามารถค้นหาและสอบทานครัวเรือนยากจนได้ 1,243,449 คน จาก 303,444 ครัวเรือน ใน 20 จังหวัด ทำให้พบ คนจนที่เคยตกหล่นจากระบบ และวิเคราะห์ปัญหาตามฐานทุน 5 ด้าน คือ ทุนมนุษย์ ทุนกายภาพ ทุนการเงิน ทุนธรรมชาติ และทุนสังคม ก่อนออกแบบความช่วยเหลือรายครัวเรือน

นายยศชนัน กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาแผนงานวิจัยนี้พัฒนาโมเดลแก้จนด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแล้วกว่า 458 โมเดล สร้างรายได้ให้คนยากจน 179,370 คน คิดเป็นรายได้ที่เพิ่มขึ้นรวม 979 ล้านบาท โดยมีเทคโนโลยีที่เหมาะสมพร้อมขยายผลรวม 3,638 เทคโนโลยี ครอบคลุมด้านอาหารและการแปรรูป ประมง เกษตรกรรม และการเพิ่มมูลค่าเศษวัสดุ ผ่านเครือข่ายมหาวิทยาลัยพัฒนาพื้นที่กว่า 70 แห่งทั่วประเทศ
สำหรับจังหวัดร้อยเอ็ดซึ่งเป็นพื้นที่ Sandbox ครั้งนี้ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ดได้ค้นหา สอบทานครัวเรือนยากจนแล้ว 53,795 คน และดำเนินโครงการเด่นอย่างโมเดลการผลิตผักปลอดภัยด้วยเกษตรแม่นยำ ในอำเภอเกษตรวิสัยและอำเภอเมืองร้อยเอ็ด ที่นำระบบ IoT เซนเซอร์ ระบบน้ำหยดอัตโนมัติ และการตลาดดิจิทัลมาช่วยเกษตรกร มีครัวเรือนได้รับประโยชน์ 514 ครัวเรือน รายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 3,414 บาท/เดือน/ครัวเรือน เกษตรกรร้อยละ 27.4 เริ่มมีเงินออมเป็นครั้งแรก และร้อยละ 44.5 มีภาระหนี้สินลดลง

การลงพื้นที่ร่วมกันของ 2 กระทรวงครั้งนี้ สะท้อนการบูรณาการข้ามกระทรวงอย่างเป็นรูปธรรม โดยแผนแก้จน 5 ด้าน ครอบคลุม (1) เศรษฐกิจ: เพิ่มรายได้ ลดต้นทุน เชื่อมตลาด (2) มาตรฐานความเป็นอยู่: ยกระดับที่อยู่อาศัยและการรับมือภัยพิบัติ (3) สุขภาพ: ส่งต่อผู้เปราะบางเข้าสู่บริการและระบบดูแลต่อเนื่องในชุมชน (4) การศึกษา: ลดความยากจนข้ามรุ่น ติดตามเด็กเสี่ยงหลุดระบบ และ (5) การคุ้มครองทางสังคม: เชื่อมสิทธิ สวัสดิการ กองทุน และบริการภาครัฐ ซึ่งมิติด้านสุขภาพและการคุ้มครองทางสังคมจะทำงานประสานโดยตรงกับกลไกของกระทรวง พม. รพ.สต. อปท. และ อสม. ในพื้นที่
นายยศชนัน กล่าวอีกว่า การแก้จนด้วย อววน. คือการแก้จนด้วยความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ต้องร่วมกันสร้างกลไกความร่วมมือในพื้นที่ ศึกษาให้เข้าใจบริบทของครัวเรือนยากจนอย่างลึกซึ้ง และออกแบบให้เข้าถึงสวัสดิการสังคม และอาชีพที่มีรายได้อย่างสม่ำเสมอ รวมถึงสร้างความมั่นใจและความภาคภูมิใจในตัวเอง ที่จะลุกขึ้นมาแก้ไขปัญหาของตัวเองอย่างพอเพียงและยั่งยืน พร้อมย้ำว่า หาก Sandbox ที่ร้อยเอ็ดพิสูจน์ผลสำเร็จ รัฐบาลพร้อมขยายโมเดลนี้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อให้คนไทยทุกครัวเรือนหลุดพ้นจากความยากจนอย่างแท้จริง

ด้านนายนิกร กล่าวว่า กระทรวง พม. ได้พลิกโฉมการทำงานโดยนำเทคโนโลยีมาเป็นเครื่องมือแก้ปัญหา ด้วยการขับเคลื่อน ฐานข้อมูลกลางผู้เปราะบาง หรือ Social Map เพื่อชี้เป้าให้ความช่วยเหลือได้ตรงจุด ตรงคน และตรงเวลา โดยรับประกันว่าจะไม่มีใครตกหล่นจากการดูแลของรัฐอีกต่อไป พร้อมชูความสำเร็จ 4 ประการ ได้แก่ การบูรณาการฐานข้อมูลที่ช่วยให้กลุ่มเปราะบางรายใหม่กว่า 2.3 แสนคนได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, การเปิดตัวแพลตฟอร์มออนไลน์ พม. care หรือ การนำ AI มาช่วยสืบค้นข้อมูลในสายด่วน 1300 พร้อมระบบ Social Monitoring บนโลกออนไลน์ และการจัดตั้งศูนย์สร้างสุขในทุกอำเภอทั่วประเทศ
นายนิกร กล่าวย้ำว่า ลำพังเพียงสวัสดิการจาก พม. อาจไม่เพียงพอ จึงต้องบูรณาการความร่วมมือกับ อว. ขับเคลื่อนนโยบาย “แก้จนรายพื้นที่” โดยทำการ Kick-off ปูพรมสำรวจพื้นที่นำร่องที่ร้อยเอ็ดเป็นแห่งแรก ด้วยเป้าหมายหลักคือการค้นหาและเติมคนที่ตกหล่นเข้าสู่ระบบการดูแลให้ครบ 100% และเชื่อมโยงการทำงานระหว่างสองกระทรวงเพื่อ “สร้างงาน สร้างอาชีพ” อย่างเป็นรูปธรรม

ภายหลังการแถลงนโยบาย ได้มีพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่ภาคีเครือข่ายที่ร่วมขับเคลื่อนโครงการวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนในจังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน 11 โล่ จากนั้นนายนิกร ได้เป็นตัวแทนรับมอบข้อมูลครัวเรือนยากจนเพื่อการเข้าถึงสวัสดิการแห่งรัฐของจังหวัดร้อยเอ็ดจากผู้ว่าราชการจังหวัด และลงพื้นที่พบปะพูดคุยให้กำลังใจตัวแทนกลุ่มเป้าหมาย นักวิจัยโครงการ และนักศึกษาที่มาร่วมงานอย่างใกล้ชิด



