เมื่อวันที่ 20 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเจษฎา จันทรประภา ผอ.สำนักการระบายน้ำ (สนน.) กล่าวชี้แจงถึงกรณีมีการตั้งข้อสังเกตโครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำส่วนต่อขยายจากบึงหนองบอนถึงคลองประเวศบุรีรมย์และคลองสี่ ใช้งบประมาณจำนวนมาก ว่า สนน.ได้ดำเนินโครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำส่วนต่อขยายจากบึงหนองบอนถึงคลองประเวศบุรีรมย์และคลองสี่ ซึ่งเป็นการก่อสร้างโครงสร้างใต้ดินขนาดใหญ่และมีความซับซ้อนทางวิศวกรรมสูง

การก่อสร้างตามแนวอุโมงค์และมีการก่อสร้างอาคารรับน้ำหลายแห่งอยู่ในพื้นที่สาธารณะ ประกอบกับการขุดเจาะอุโมงค์ระบายน้ำขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 5.70 เมตร (ม.) ที่ระดับความลึกประมาณ 30 ม. จากระดับผิวดิน ซึ่งระหว่างการก่อสร้างอาจเกิดปัญหาอุปสรรคที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ (Unforeseen) ส่งผลความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยรอบบริเวณพื้นที่ก่อสร้าง

ดังนั้น เพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว จึงจำเป็นต้องก่อสร้างโดยใช้เทคนิคทางด้านวิศวกรรมที่ซับซ้อนและมีมาตรการตรวจสอบความปลอดภัยทุกขั้นตอน จึงส่งผลต่องบประมาณการก่อสร้างที่สูงขึ้นตามไปด้วย ประกอบกับความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์จากที่ สนน. ได้ประเมินอัตราผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร์ (EIRR) อยู่ที่ร้อยละ 8.38 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่ร้อยละ 7.0 ที่กำหนดโดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) มีอัตราส่วนผลประโยชน์ต่อค่าลงทุน (B/C Ratio) ที่ 1.14 และมีมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) ที่ 2,598 ล้านบาท ซึ่งการดำเนินโครงการดังกล่าวจะช่วยลดมูลค่าความเสียหายจากอุทกภัยต่อทรัพย์สิน บ้านเรือนของประชาชนและด้านการเกษตรได้สูงถึงประมาณ 2,118 ล้านบาทต่อปี

นอกจากนี้ ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายการใช้ยานพาหนะ ประหยัดมูลค่าเวลาจากการจราจรติดขัด รวมถึงช่วยลดการสูญเสียรายได้ และประหยัดค่ารักษาพยาบาลจากโรคที่มากับน้ำท่วมได้อีกจำนวนมากในระยะยาว ทั้งนี้ ตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ได้บัญญัติให้คณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต (ค.ป.ท.) มีอำนาจในการคัดเลือกโครงการการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อเข้าร่วมโครงการความร่วมมือป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ โดยคณะอนุกรรมการฯ ซึ่งได้รับมอบอำนาจหน้าที่จาก ค.ป.ท. ได้คัดเลือกโครงการก่อสร้างอุโมงค์แห่งนี้ ให้เข้าร่วมโครงการจัดทำข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pack) ประจำปี พ.ศ. 2569 พร้อมมอบหมายให้องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ดำเนินการคัดเลือกผู้สังเกตการณ์ เพื่อเข้าร่วมสังเกตการณ์ในโครงการดังกล่าวในทุกขั้นตอน เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการกำหนด TOR ขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง จนถึงขั้นตอนสิ้นสุดโครงการ เพื่อความโปร่งใสและดำเนินโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับโครงการก่อสร้างอุโมงค์ส่วนต่อขยายจากบึงหนองบอนถึงคลองประเวศบุรีรมย์และคลองสี่ มีความสำคัญในการเป็นทางด่วนน้ำใต้ดิน โดยทำหน้าที่รับน้ำท่าส่วนเกินจากคลองประเวศบุรีรมย์ ครอบคลุมพื้นที่เขตลาดกระบัง เขตสะพานสูง และพื้นที่บางส่วนของเขตประเวศ รวมถึงพื้นที่อิทธิพลที่ประสบปัญหาน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำเมื่อเกิดฝนตกหนัก

ผ่านอาคารรับน้ำตามแนวคลองประเวศบุรีรมย์ จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ อาคารรับน้ำคลองประเวศบุรีรมย์ บริเวณประตูระบายน้ำลาดกระบัง ขนาด 60 ลบ.ม./วินาที อาคารรับน้ำคลองประเวศบุรีรมย์ บริเวณคลองตาพุก ขนาด 60 ลบ.ม./วินาที อาคารรับน้ำคลองปลัดเปรียง ขนาด 15 ลบ.ม./วินาที และมีการก่อสร้างสถานีสูบน้ำ ขนาด 60 ลบ.ม./วินาที จำนวน 1 แห่ง บริเวณบึงหนองบอน เพื่อสูบระบายน้ำผ่านอุโมงค์ระบายน้ำลงสู่บึงหนองบอน ซึ่งทำหน้าที่รองรับน้ำ (แก้มลิง) สามารถรองรับน้ำได้ถึง 4,000,000 ลบ.ม. และระบายน้ำผ่านอุโมงค์ระบายน้ำจากบึงหนองบอนลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาโดยตรงด้วยกำลังสูบ 60 ลบ.ม./วินาที ซึ่งจะส่งผลให้สามารถลดระดับน้ำในคลองประเวศบุรีรมย์ได้รวดเร็วขึ้นและสามารถบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ ได้ดีขึ้น.