สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 20 พ.ค. ว่า รัฐบาลของทรัมป์เสนอนโยบายหลายประการที่ส่งผลกระทบต่อธนาคาร รวมถึงแนวคิดที่เคยเสนอเมื่อช่วงต้นปีนี้ เกี่ยวกับการเก็บข้อมูลสัญชาติ

อีกทั้งทรัมป์ยังเรียกร้องเมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา ให้ผู้ให้บริการบัตรเครดิตจำกัดอัตราดอกเบี้ย เพื่อแก้ไขปัญหาค่าครองชีพ และกล่าวหาว่าธนาคารหลายแห่งบนถนนวอลล์สตรีท เลือกปฏิบัติต่อกลุ่มอนุรักษนิยม ซึ่งธนาคารเหล่านั้นปฏิเสธข้อกล่าวหาข้างต้น

อย่างไรก็ตาม คำสั่งฝ่ายบริหารฉบับล่าสุด ไม่ได้ระบุถึงการเก็บข้อมูลสัญชาติ แต่สั่งการให้ รมว.การคลังสหรัฐ ออกคำแนะนำให้กับธนาคาร ในการระบุถึงสัญญาณอันตรายที่เกี่ยวข้องกับการเลี่ยงภาษีเงินเดือน การปกปิดความเป็นเจ้าของบัญชีที่แท้จริง การจ่ายค่าจ้างนอกระบบ การค้าแรงงาน และการใช้หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีเพื่อเปิดบัญชีหรือขอสินเชื่อ โดยไม่มีการตรวจสอบสถานะทางกฎหมายในสหรัฐ

อนึ่ง ผู้บริหารธนาคารขนาดใหญ่คนหนึ่งกล่าวว่า ข้อเสนอดังกล่าวถูกมองว่าเป็นตัวอย่างของการที่รัฐบาลรับฟังความคิดเห็นจากภาคอุตสาหกรรม ขณะที่ผู้บริหารระดับสูงหลายคนเตือนว่า การกำหนดให้ธนาคารต้องเก็บข้อมูลเกี่ยวกับสัญชาติหรือสถานะการเข้าเมืองของลูกค้า จะเป็นเรื่องที่สิ้นเปลืองและก่อให้เกิดความวุ่นวาย

ด้านนายเอ็ด มิลส์ นักวิเคราะห์นโยบายจากบริษัทการเงิน “เรย์มอนด์ เจมส์” กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลวอชิงตันต้องการควบคุมการเข้าเมืองให้เข้มงวดยิ่งขึ้น แต่หน่วยงานกำกับดูแลธนาคารต้องการให้ธุรกรรมทางการเงินส่วนใหญ่ดำเนินการผ่านระบบการเงินแบบดั้งเดิม ซึ่งจะทำให้บุคคลจำนวนมากออกจากระบบการเงิน และอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อความมั่นคงของชาติ.

เครดิตภาพ : REUTERS