สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 20 พ.ค. ว่า ข้อกำหนดดังกล่าว เป็นส่วนเสริมของข้อตกลงการจัดตั้งกองทุนชดเชยมูลค่า 1,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 58,900 ล้านบาท) เพื่อเป็นประโยชน์ต่อพันธมิตรของทรัมป์ รวมถึงคุ้มครองประธานาธิบดี ญาติ และธุรกิจของเขา จากการตรวจสอบและการดำเนินคดีภาษีที่จะเกิดขึ้น
เอกสารความยาว 1 หน้า ซึ่งลงนามโดยนายท็อดด์ บลานช์ รักษาการรมว.ยุติธรรมสหรัฐ ระบุว่า รัฐบาลวอชิงตันจะ “ถูกห้ามและขัดขวางตลอดไป” จากการดำเนินคดีหรือการติดตามข้อเรียกร้องภาษีที่ดำเนินอยู่ ต่อทรัมป์ สมาชิกในครอบครัว และธุรกิจของเขา
อย่างไรก็ตาม ข้อกำหนดข้างต้นถูกวิพากษ์วิจารณ์ในทันที เนื่องจากผู้สันทัดกรณีด้านภาษีหยิบยกถึงความเป็นไปได้ที่ว่า การดำเนินการดังกล่าวอาจผิดกฎหมาย
US’ Internal Revenue Service to drop audits of Trump and family https://t.co/wIqz4NEdzM
— The Straits Times (@straits_times) May 20, 2026
อนึ่ง ข้อกำหนดส่วนเสริมถือเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดในสัปดาห์นี้ที่ทำให้เส้นแบ่งเลือนราง ระหว่างกิจการของหน่วยงานอย่างเป็นทางการ กับผลประโยชน์ส่วนตัวของประธานาธิบดีที่ตั้งใจจะใช้อำนาจของเขา ในการแสวงหาผลประโยชน์ทางการเงินจากรัฐบาลกลางสหรัฐ เพื่อตนเองและพันธมิตร
เมื่อไม่นานมานี้ ทรัมป์ตกลงที่จะยุติคดีความเรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 327,270 ล้านบาท) จากสำนักงานสรรพากร (ไออาร์เอส) เพื่อแลกกับการจัดตั้งกองทุนสำหรับผู้คนที่เขาเชื่อว่าได้รับความเสียหายจากการสอบสวนหรือการดำเนินคดีของรัฐบาลกลาง
แม้เจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐแก้ต่างการจัดตั้งกองทุน โดยชี้ไปยังข้อเท็จจริงว่า ทรัมป์และสมาชิกในครอบครัวของเขา จะไม่ได้รับเงินจากกองทุนนี้ แต่การคุ้มครองจากการตรวจสอบ อาจเป็นประโยชน์ทางการเงินอย่างมากสำหรับทรัมป์.
เครดิตภาพ : REUTERS



