เมื่อเวลา 16.45 น. วันที่ 20 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องของฝ่ายค้านที่ให้วินิจฉัย​พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท จะทำให้งานรัฐบาลสะดุดหรือไม่ ว่า ไม่มีความกังวล เราตั้งใจทำอะไร เรารู้อยู่แล้ว เพราะรู้ว่าพายุเกิดขึ้นแล้ว ตอนนี้อาจจะเห็นว่าจีดีพีของประเทศดูดี ไตรมาสที่ 4 ของปีที่แล้วจีดีพีถูกประมาณการไว้อยู่ที่ 0.3% กระทรวงพาณิชย์แม้จะเป็นฟันเฟืองเล็กๆ แต่ก็ช่วยผลักดันเต็มที่ ทำให้จีดีพีขยับตัวขึ้นมา 2.5% ในไตรมาสที่ 4 เป็นเหมือนลมใต้ปีก

พอมาที่เดือน ม.ค. และเดือน ก.พ. จะเห็นว่าการส่งออกดีมากเป็นประวัติการณ์​ แต่ไตรมาสที่ 1 ที่เกิดผลกระทบจากวิกฤติพลังงาน มาที่เดือน มี.ค. ถ้าเราหยุดหรือไม่ได้ทำอะไรต่อ จะไม่สามารถพยุงเศรษฐกิจกลับขึ้นมาได้เหมือนเดิม 

และวิธีการที่กระทรวงพาณิชย์ทำงานคือ ทำก่อนที่จะเกิด เพราะหากเกิดขึ้นแล้ว ต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก เพราะมีความเสียหายเกิดขึ้นแล้วของประชาชน รวมถึงผู้ประกอบการ จึงพยายามต้องป้องกันตัดตอนไม่ให้ปัญหาเกิดขึ้น

นางศุ​ภจี ยังกล่าวถึงกระแสตอบรับโครงการไทยช่วยไทย ว่า ถือว่ากระแสตอบรับดี กระทรวงพาณิชย์สำรวจความพึงพอใจอยู่ตลอด การทำงานจะบูรณาการร่วมกันทุกกรมในกระทรวงพาณิชย์ เพราะความตั้งใจที่ทำโครงการนี้ มาจากวิกฤติน้ำมัน และกระทบค่าครองชีพของประชาชน จึงหาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ราคาถูก เข้าถึงได้ เป็นทางเลือกให้กับประชาชน 

ทั้งนี้ ในวันที่ 4 มิ.ย. จะมีคูปองให้กับคนซื้อของ สามารถนำไปลดราคาได้ 100 บาท เพื่อช่วยลดภาระทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการ พร้อมทั้งส่งเสริมสินค้าเอสเอ็มอี และสินค้าชุมชน ให้สามารถเติบโตและเข้าถึงตลาดได้มากขึ้น.