น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยหลังพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดเชียงใหม่ และร่วมวางแผนกับชลประทานเตรียมวางแผนรับมือสถานการณ์ภัยแล้ง ผลักดันนำนวัตกรรมเพิ่มความสามารถสู่เกษตรมูลค่าสูง ติดตามโครงการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ และพบปะเกษตรพื้นที่อำเภอดอยเต้าและอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ว่า ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ เน้นติดตามใน 3 ประเด็นหลัก คือ 1.การเร่งรัดของบประมาณก่อสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ของกรมชลประทาน จากเดิมที่กำหนดในปี 2572 ให้สามารถดำเนินการได้ภายในปี 2571 เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาด้านน้ำให้กับประชาชนอย่างเร่งด่วน 2.การปรับรูปแบบการทำงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้สามารถเข้าถึงง่าย ใกล้ชิดกับประชาชน และรับฟังปัญหาของเกษตรกรไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม 3.ยกระดับอาสาเกษตรหมู่บ้านหรือ อกม. ให้ได้รับค่าตอบแทนหรือสิ่งตอบแทนที่เหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่ ดูแลเกษตรกรในพื้นที่

ทั้งนี้หวังที่จะบูรณาการร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ลงพื้นที่บริการประชาชนแบบครบวงจร ทั้งด้านแหล่งน้ำ มุ่งพัฒนาเกษตรมูลค่าสูง จากความต้องการของเกษตรกรในพื้นที่ ด้วยจังหวัดเชียงใหม่เองมีภูมิประเทศที่เหมาะสมแก่การปลูกพืชและผลไม้เมืองหนาวที่สามารถสร้างมูลค่าสูงและเป็นที่ต้องการของตลาด  อย่างไรก็ตามพร้อมที่จะผลักดันให้เกิดรายได้ที่มากขึ้น รวมไปถึงการปรับเปลี่ยนการปลูกพืชที่ไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

.ในช่วงนี้พื้นที่อำเภอดอยเต่าผลผลิตลำไยกำลังจะเริ่มเข้าสู่ตลาด ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของพื้นที่ เกษตรกรที่มีความเชี่ยวชาญสามารถปลูกนอกฤดูกาลได้ โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้สนับสนุนการรวมกลุ่มในรูปแบบแปลงใหญ่ และกลไกศูนย์เรียนรู้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ยกระดับมาตรฐานสินค้าสู่ระดับพรีเมี่ยม ให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก

อีกหนึ่งเรื่องคือการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ จากการลงพื้นที่จะได้เร่งบูรณาการใช้ประโยชน์จากอ่างเก็บน้ำแม่หาดและอ่างเก็บน้ำแม่ตูบ เพื่อให้มีน้ำใช้ตลอดทั้งปี ในโอกาสนี้ได้มอบ โฉนดเพื่อการเกษตร (ส.ป.ก.) ให้แก่เกษตรกรจำนวน 200 ราย มอบใบรับรองมาตรฐาน GAP ปลอดการเผาสำหรับพื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ สนับสนุนปัจจัยการผลิตทางการเกษตร ให้แก่เกษตรกรจำนวน 300 ราย และมอบถุงยังชีพให้แก่กลุ่มเปราะบางในพื้นที่อำเภอดอยเต่า

.