วานนี้ (20 พ.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเหตุสุดวุ่นจากรัฐเทกซัส สหรัฐอเมริกา เมื่อชายเลยวัยเกษียณรายหนึ่ง ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม หลังจากที่เขาตั้งใจขับรถกระบะไฟฟ้า “ไซเบอร์ทรัค” ของบริษัทเทสลา ลงไปในทะเลสาบเพื่อทดสอบระบบขับลุยน้ำ (Wade Mode) จนทำให้รถยนต์เกิดขัดข้องและจมน้ำในที่สุด
เจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองเกรปไวน์เปิดเผยในโพสต์บนเฟซบุ๊กเพจของหน่วยงานว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงค่ำของวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา ณ บริเวณท่าเทียบเรือเคทีส์ วูดส์ พาร์ค ในทะเลสาบเกรปไวน์ ทางตอนเหนือของเมืองดัลลัส โดยเจ้าหน้าที่พบรถไซเบอร์ทรัคจมน้ำและติดอยู่บริเวณชายฝั่ง
ด้านคนขับยอมรับกับตำรวจอย่างตรงไปตรงมาว่า ตนตั้งใจขับรถลงไปในทะเลสาบจริง เพื่อจะลองใช้ฟังก์ชัน “ขับลุยน้ำ” ของรถ แต่รถกลับทำงานล้มเหลวและมีน้ำไหลทะลักเข้าสู่ภายใน ทำให้เขาและผู้โดยสารทั้งหมดต้องตัดสินใจสละรถและปีนหนีออกมาทางหน้าต่าง ก่อนที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัยจะเข้าช่วยกู้ซากรถขึ้นจากน้ำ

จากการตรวจสอบพบว่าคนขับคือนายจิมมี แจ็ก แมกแดเนียล วัย 70 ปี ในวันเกิดเหตุเขาได้พานักท่องเที่ยวชาวเยอรมัน 2 คน นั่งรถคันนี้ไปด้วย แมกแดเนียลเปิดเผยกับสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นว่า ก่อนหน้านี้เขาเคยนำไซเบอร์ทรัคไปขับลุยน้ำในทะเลสาบแห่งนี้ รวมถึงในมหาสมุทรแอตแลนติกมาแล้วโดยไม่มีปัญหาอะไร แต่ครั้งนี้เกิดการคำนวณพลาด ขับลงไปในจุดที่ลึกเกินไป คาดว่าน้ำน่าจะไหลเข้าสู่พอร์ตชาร์จไฟจนทำให้ระบบลัดวงจรและพวงมาลัยหยุดทำงาน อย่างไรก็ตาม เขายังคงหวังว่าจะสามารถนำรถคันนี้กลับมาซ่อมและขับได้อีกครั้ง
ทางด้านคดีความ ตำรวจได้จับกุมนายแมกแดเนียล ในข้อหาขับขี่ยานพาหนะในพื้นที่ปิดของอุทยานและทะเลสาบ รวมถึงฝ่าฝืนกฎระเบียบด้านความปลอดภัยทางน้ำอีกหลายกระทง ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวในเวลาต่อมา โดยทางตำรวจได้ออกแถลงการณ์เตือนผู้ขับขี่เพิ่มเติมว่า แม้ตัวรถจะถูกออกแบบมาให้มีขีดความสามารถในการลงน้ำจืดแบบตื้นๆ ได้ แต่การกระทำดังกล่าวอาจก่อให้เกิดอันตรายและผิดกฎหมายท้องถิ่นของรัฐเทกซัสได้
ทางเทสลาระบุว่า ฟังก์ชันขับลุยน้ำนั้น ถูกออกแบบมาเพื่อให้ไซเบอร์ทรัคสามารถขับผ่านพื้นที่น้ำขัง เช่น แม่น้ำหรือลำธารขนาดเล็ก โดยสามารถลุยน้ำได้ลึกสูงสุดประมาณ 32 นิ้ว (วัดจากส่วนล่างสุดของยางรถยนต์ที่สัมผัสพื้นทางวิ่ง) แต่ทางบริษัทได้ระบุคำเตือนบนเว็บไซต์อย่างชัดเจนว่า ผู้ขับขี่ต้องประเมินความลึกและสภาพใต้น้ำด้วยตนเอง และหากเกิดความเสียหายหรือมีน้ำรั่วซึมเข้าสู่ตัวรถจากการขับลุยน้ำ เหตุการณ์ดังกล่าวจะไม่รวมอยู่ในการรับประกันของตัวรถแต่อย่างใด
ที่มา : usatoday.com
เครดิตภาพ : Facebook / Grapevine Police Department



