เมื่อวันที่ 21 พ.ค. พ.ต.อ.ปริญญา กลิ่นเกษร โฆษก บก.ตม.3 กล่าวว่า ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ที่ได้สั่งการกำชับให้ทุกหน่วยเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบและปราบปรามคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย เพื่อสกัดกั้นการก่ออาชญากรรมข้ามชาติ การใช้ประเทศไทยเป็นฐานการกระทำผิด พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 ได้สั่งการให้ชุดสืบสวน นำโดย พ.ต.ท.ปิติพัฒน์ ศรีธนาอภินันท์ รอง ผกก.สส.บก.ตม.3 พร้อมด้วย พ.ต.ท.จตุรโชค เพชรคง สว.สส.บก.ตม.3 และกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.สส.บก.ตม.3 ลงพื้นที่ตรวจสอบร้าน กู้ยจูหลิน สปาเพื่อสุขภาพ ในตำบลมาบยางพร อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง หลังได้รับแจ้งเบาะแสจากสายลับว่าสถานที่ดังกล่าวเปิดให้บริการสปาและนวดเพื่อสุขภาพบังหน้า แต่ลักลอบแฝงการค้าประเวณีให้แก่ลูกค้าชาวจีน เจ้าหน้าที่จึงได้วางแผนส่งสายลับอำพรางตัวเข้าไปใช้บริการ กระทั่งพบว่ามีพนักงานของร้านเข้ามาเสนอบริการพิเศษทางเพศในรูปแบบบอดี้ทูบอดี้ โดยเรียกเก็บค่าบริการ 4,500 บาท ต่อเวลา 50 นาที

พ.ต.อ.ปริญญา กล่าวว่า หลังจากสายลับถูกพาขึ้นไปยังห้องพักชั้นบนและพบหญิงชาวเวียดนาม 2 รายเตรียมให้บริการ จึงได้ส่งสัญญาณให้กำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนบุกเข้าตรวจค้นทันที จากการตรวจสอบอาคารพาณิชย์ 2 คูหาดังกล่าว พบว่ามีการดัดแปลงพื้นที่ชั้น 2 และชั้น 3 ให้เป็นห้องสำหรับให้บริการกว่า 10 ห้อง ภายในมีเตียงและอุปกรณ์ครบครัน พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นถุงยางอนามัยและสารหล่อลื่นจำนวนมาก

โดยเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาชาวต่างชาติทั้งสิ้น 8 ราย ประกอบด้วย หญิงชาวจีนอายุ 51 ปี ทำหน้าที่ดูแลกิจการ, ชายชาวจีนอายุ 51 ปี ทำหน้าที่ผู้จัดการร้าน, หญิงชาวเวียดนาม 2 ราย ทำหน้าที่ให้บริการทางเพศ รวมถึงหญิงชาวเมียนมาอีก 4 ราย ที่ทำหน้าที่ต้อนรับลูกค้าและเป็นแม่บ้านดูแลความสะอาด

โฆษก บก.ตม.3 กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539, พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และ พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 โดยแบ่งฐานความผิดตามพฤติการณ์ อาทิ การเป็นเจ้าของหรือผู้ดูแลสถานการค้าประเวณี, การร่วมกันเป็นธุระจัดหาให้มีการค้าประเวณี, การรับคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต, การลักลอบทำงานโดยผิดกฎหมาย และการลักลอบเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต

นอกจากนี้ ในระหว่างปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการคัดกรองผู้ต้องหาหญิงทั้งหมดตามกลไกการส่งต่อระดับชาติ (NRM) เพื่อตรวจสอบว่าเข้าข่ายเป็นเหยื่อจากการบังคับค้ามนุษย์หรือไม่ ซึ่งผลการประเมินพบว่าทั้งหมดสมัครใจและไม่ได้ตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์แต่อย่างใด

พ.ต.อ.ปริญญา กล่าวว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะยังคงเดินหน้าปราบปรามการกระทำผิดของกลุ่มคนต่างด้าวและขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง เพื่อรักษาความมั่นคงและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน โดยหากพบเบาะแสการกระทำผิด สามารถแจ้งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบได้ตลอด 24 ชั่วโมง.