เมื่อวันที่ 21 ก.ค.2569 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ร่วมกับ กรมสุขภาพจิต จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อเป็นการประสานความร่วมมือภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่ของทั้งสองหน่วยงานให้สอดคล้องเชื่อมโยงกันอันจะเป็นการส่งเสริมให้การปฏิบัติหน้าที่ของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งและกรมสุขภาพจิตเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์ต่อประเทศและประชาชน

เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาความร่วมมือด้านต่างๆ ได้แก่ การสร้างเสริมสุขภาพจิตที่ดีและการป้องกันแก้ไขปัญหาสุขภาวะทางจิต การพัฒนาบุคลากรการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสาร และด้านอื่นๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานของทั้งสองหน่วยงาน โดยมี ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และนายแพทย์กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต เป็นผู้ลงนาม MOU ครั้งนี้ และในการนี้มีนางณิชาภา สวัสดิกานนท์ รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต นายปรานต์ ดิลกคุณากุล เลขานุการกรม นายทนุวงศ์ แสงเทียน ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลน พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากทั้ง 2 หน่วยงาน เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้องประชุมลำแพน ชั้น 9 กรม ทช.

ดร.ปิ่นสักก์ กล่าวว่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้ดำเนินโครงการ “องค์กรแห่งความสุข” ภายใต้กิจกรรม Happy Workplace for Well-being Organization โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพกาย สุขภาพใจ และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพื่อให้บุคลากรมีความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน มีความพร้อมทั้งทางร่างกายและจิตใจ สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยใช้เครื่องมือ Happy 8 (ความสุข 8 ประการ) ได้แก่ Happy Body, Happy Heart, Happy Relax, Happy Brain, Happy Soul, Happy Money, Happy Family และ Happy Society เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและกระบวนการเรียนรู้ในการสร้างความสุขให้กับบุคลากร เพื่อให้บุคลากรมีความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ สามารถปฏิบัติภารกิจด้านการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้อย่างเต็มศักยภาพ

ที่ผ่านมา โครงการดังกล่าวได้ก่อให้เกิดองค์ความรู้และบทเรียนที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาองค์กรในหลายด้าน โดยเฉพาะ Happy Body ซึ่งหมายถึงการมีสุขภาพกายและสุขภาพใจที่แข็งแรงจากการดูแลตนเองอย่างเหมาะสม ทั้งด้านการรับประทานอาหาร การพักผ่อน และการออกกำลังกาย เพื่อให้ร่างกายพร้อมต่อการทำงานและสามารถรับมือกับปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งส่งเสริมให้บุคลากรของกรมฯ มีความสมดุลระหว่างการทำงานและการพัฒนาคุณภาพชีวิต มีสุขภาพกาย สุขภาพจิต ปัญญา และสังคมที่ดี มีความสุขทั้งภายในและในการทำงาน รวมถึงส่งเสริมคุณภาพชีวิตในการทำงาน เสริมสร้างค่านิยมและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านการดูแลสุขภาพของบุคลากร สร้างความห่วงใยต่อสุขภาพ เกิดความรู้สึกที่ดี และส่งเสริมความร่วมมือร่วมใจในการทำงานเป็นทีมอย่างเข้มแข็ง

“ความสุข” เป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรและสังคม การพัฒนาองค์กรไปสู่องค์กรสุขภาวะจะช่วยให้บุคลากรมีความผูกพันกับองค์กร สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว อีกทั้งยังเป็นแรงดึงดูดให้บุคลากรรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพเข้ามาร่วมพัฒนาองค์กรต่อไป พร้อมย้ำว่า ภารกิจและลักษณะงานของแต่ละหน่วยงานย่อมส่งผลต่อระดับความสุขในการทำงานที่แตกต่างกัน การมีความร่วมมือกับกรมสุขภาพจิตจึงถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างระบบสนับสนุนด้านสุขภาพจิตที่เหมาะสมกับบริบทขององค์กร อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของบุคลากรและการให้บริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น