สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงริกา ประเทศลัตเวีย เมื่อวันที่ 21 พ.ค. ว่า กองทัพลัตเวียออกแถลงการณ์ ว่าตรวจพบโดรนอย่างน้อย 1 ลำ บินรุกล้ำเข้ามาในน่านฟ้าของประเทศ เป็นครั้งที่สามแล้วในสัปดาห์นี้ และส่งผลให้ต้องมีปฏิบัติการทางอากาศเพื่อสกัดกั้นโดรนลำดังกล่าว ตามกรอบขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต)
ขณะเดียวกัน กองทัพลัตเวียเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ทางภาคตะวันออกของประเทศ ซึ่งมีพรมแดนติดกับรัสเซียและเบลารุส ให้หลบอยู่ภายในอาคารบ้านเรือนจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง
ทั้งนี้ ลัตเวียเผชิญกับเหตุการณ์โดรนรุกล้ำน่านฟ้าบ่อยครั้งมากขึ้น ตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา ถือเป็นวิกฤติด้านความมั่นคงที่ประเทศแห่งนี้แทบไม่เคยประสบมาก่อน และส่งผลให้รัฐบาลลัตเวียต้องประกาศลาออกทั้งคณะ เนื่องจากถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเรื่องการรับมือสถานการณ์ ทำให้ตอนนี้การเมืองของลัตเวียเผชิญกับภาวะไร้เสถียรภาพไปด้วย
???????? Latvia declares air alert in the border region for the third day in a row
— Visegrád 24 (@visegrad24) May 21, 2026
Latvian Armed Forces reported at least one drone in the country’s airspace.
NATO mission fighter jets have been scrambled to intercept the drone in Latvia. pic.twitter.com/pBmU1JNLoX
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังเครื่องบินขับไล่ของนาโตเพิ่งยิงโดรนที่คาดว่าเป็นของยูเครนตกเหนือน่านฟ้าเอสโตเนีย เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ขณะที่เหตุโดรนรุกล้ำน่านฟ้าในลักษณะเดียวกันที่ลิทัวเนียเมื่อวันพุธ ส่งผลให้ต้องระงับการจราจรทางอากาศที่จะมุ่งหน้าสู่เมืองหลวง และบีบให้บรรดาสมาชิกสภานิติบัญญัติต้องอพยพลงไปหลบภัยในบังเกอร์ใต้ดิน
กลุ่มประเทศบอลติก ซึ่งต่างก็เป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่ของยูเครน ได้ออกมากล่าวหาว่าเป็นความผิดของรัฐบาลมอสโก โดยอ้างว่ารัสเซียได้ใช้ระบบรบกวนสัญญาณ เพื่อเปลี่ยนทิศทางโดรนของยูเครนให้หลุดจากเป้าหมายเดิมในรัสเซีย อย่างไรก็ตาม กลุ่มประเทศบอลติกยังไม่ได้แสดงหลักฐานเพื่อยืนยันข้อกล่าวหานี้
ด้านทำเนียบเครมลินออกแถลงการณ์ ว่ากำลังจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งกล่าวหากลุ่มประเทศบอลติกว่า เจตนาปล่อยให้ยูเครนใช้ดินแดนของตนเป็นฐานปล่อยโดรนโจมตีรัสเซีย ขณะที่กลุ่มประเทศบอลติกและนาโตยืนกรานปฏิเสธ.
เครดิตภาพ : REUTERS



