เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 21 พฤษภาคม 69 พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี สั่งการให้ พ.ต.ท.พิเชฐ ปักเคธาติ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองอุดรธานี นำกำลังตำรวจสืบสวน ไปจับกุมนายสุพัฒน์ อายุ 38 ปี และนายสุวิทย์ อายุ 63 ปี ผู้ต้องหาข่มขืนและกระทำอนาจาร โดยทั้งสองเป็นพ่อลูกกัน จับได้ขณะนอนหลับอยู่ในบ้านพักเลขที่ 9809/2 หมู่ 4 ต.บ้านจั่น อ.เมือง จ.อุดรธานี ควบคุมตัวมาโรงพักทำการสอบสวน
ทั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 พ.ต.ท.อดุลชัย ชาวขำ สว.(สอบสวน) สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งจาก น.ส.สวย อายุ 38 ปี ชาว ต.บ้านจั่น อ.เมือง จ.อุดรธานี และ น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี แม่และลูกสาวว่า ลูกสาวโดนนายสุพัฒน์ ซึ่งเป็นลุง ข่มขืนกระทำชำเรา 6 ครั้ง ตั้งแต่วันที่ 12 เมษายน 69-7 พฤษภาคม 69 และนายสุวิทย์ ซึ่งเป็นพ่อนายสุพัฒน์ กระทำอนาจารจับหน้าอก 3 ครั้ง โดย น.ส.สวยได้แยกทางกับสามี จึงนำ น.ส.เอ ไปฝากป้าเลี้ยงไว้ กระทั่งโตเป็นสาวจึงได้โดนลูกชายของป้าข่มขืน และพูดข่มขู่ไม่ให้บอกใคร จึงอาศัยจังหวะแม่มาเยี่ยม จึงได้เขียนจดหมายให้แม่ ว่าถูกลุงข่มขืน 6 ครั้ง และถูกตาจับหน้าอก 3 ครั้ง คาดว่าจะตั้งท้อง จึงมาแจ้งตำรวจ
จากการสอบสวนนายสุพัฒน์ ลุงหื่นให้การรับสารภาพแบบไม่สลดว่า มีอาชีพหาปลา ได้ก่อเหตุข่มขืน น.ส.เอ จริง เพราะว่าอาศัยอยู่บ้านหลังเดียวกัน ตนเห็น น.ส.เอ ใส่เสื้อผ้าไม่มิดชิด ลุกนั่งไม่ระวัง พอเห็นบ่อยครั้งก็ทำให้เกิดอารมณ์ทางเพศ ครั้งแรกเห็น น.ส.เอ เข้าไปอาบน้ำ จึงรอจน น.ส.เอ ออกจากห้องน้ำ จึงได้ฉุดเข้าไปข่มขืนในห้องนอน เสร็จแล้วได้ข่มขู่ห้ามบอกใคร จากนั้นก็กระทำติดต่อกันรวม 3 ครั้ง ไม่ใช่ 6 ครั้ง อีก 3 ครั้งอาจจะเป็นการลูบคำ ยอมรับผิดที่ได้กระทำกับหลาน และเพิ่งรู้ว่า น.ส.เอ โดนตนข่มขืนจนตั้งท้อง และฝากขอโทษหลานสาวกับแม่หลานด้วย และยอมรับว่าก่อนข่มขืนหลานได้เสพยา ซึ่งซื้อมาเสพประจำ
ส่วนนายสุวิทย์ ตาหื่นให้การรับสารภาพว่า ได้จับหน้าอก น.ส.เอ จริง ยอมรับว่ากระทำจริง โดยเรียกหลานมาเอาเงินแล้วจับหน้าอกหลานจริง แต่ไม่เกิดอารมณ์ทางเพศ ทำมา 3 ครั้ง และไม่คิดว่าหลานจะบอกแม่ และยอมรับว่าเสพยาบ้าเหมือนลูกชาย อยากขอโทษแม่และ น.ส.เอ ที่กระทำกับหลาน
ตำรวจจึงแจ้งข้อหานายสุพัฒน์ “ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ พรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแล โดยผู้เยาว์นั้นไม่เต็มใจไปด้วย” ส่วนนายสุวิทย์ แจ้งข้อหา “กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปีโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้” ควบคุมตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



