เมื่อวันที่ 22 พ.ค. พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) กล่าวถึงความเคลื่อนไหวของทหารกัมพูชา เคลื่อนย้ายกำลังบริเวณชายแดน จ.ตราด ว่า กองทัพเรือมีการเตรียมกำลังและซักซ้อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับทั้งสถานการณ์ด้านความมั่นคงและภัยพิบัติ โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนและชายฝั่งทะเล ซึ่งต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ดูแลพื้นที่แนวชายแดนเข้ม ทั้งการรักษาแนวและตรวจการณ์ในพื้นที่วางกำลัง พร้อมเตรียมรับทุกสถานการณ์ ทั้งการฝึกใช้อาวุธ การช่วยเหลือและอพยพประชาชน
“ผมชื่นชมและขอส่งกำลังใจถึงประชาชนในพื้นที่ จันทบุรี และตราด ที่ให้ความร่วมมือกับภาครัฐเป็นอย่างดี เห็นได้จากการเข้าร่วมการฝึกต่างๆ อย่างพร้อมเพรียง ถือเป็นส่วนสำคัญในการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน ฝึกให้ทราบว่าตัวเองจะต้องทำอะไร” ผบ.ทร. กล่าว
เมื่อถามถึงกำลังพลทหารเรือ ผบ.ทร. กล่าวย้ำว่า ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นให้ความห่วงใยกำลังพลอย่างใกล้ชิด ลงพื้นที่พบปะพูดคุยสร้างขวัญกำลังใจด้วยตนเองทุกครั้ง

ทั้งนี้ พล.ร.อ.ไพโรจน์ พร้อมด้วย พล.ร.อ.สุชาติ ธรรมพิทักษ์เวช รองผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะผู้อำนวยการฝึกกองทัพเรือ 2569 ได้ร่วมชมการฝึกอพยพเคลื่อนย้ายประชาชนออกจากพื้นที่วิกฤติ และการฝึกบรรเทาสาธารณภัย ภายใต้การฝึกกองทัพเรือ 2569 (รหัส ทร.69) ที่ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด เพื่อทดสอบความพร้อมด้านกำลังพล ระบบบัญชาการ และการบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วน รองรับสถานการณ์ด้านความมั่นคงและภัยพิบัติในพื้นที่ชายแดนต่อไป
ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พ.อ.ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีกัมพูชานำนักโทษมาปฏิบัติหน้าที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า จากการตรวจสอบข้อมูลในปัจจุบัน กองกำลังป้องกันชายแดนกองทัพบกยังไม่ได้รับรายงานการเข้ามาปฏิบัติงานของกลุ่มนักโทษดังกล่าวในบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาแต่อย่างใด มีเพียงข้อมูลการนำเสนอข่าวภายในประเทศกัมพูชาเกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายนักโทษระหว่างเรือนจำเท่านั้น
รองโฆษกกองทัพบก กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ในอนาคตอาจมีความเป็นไปได้ที่จะมีการดำเนินงานในลักษณะดังกล่าวภายในเขตแดนของกัมพูชา ทั้งนี้ กองทัพบกโดยหน่วยในพื้นที่ได้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขอให้ประชาชนมั่นใจว่ากองกำลังป้องกันชายแดนมีมาตรการและแผนเผชิญเหตุรองรับสถานการณ์ตามขั้นตอนอยู่แล้ว



