สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมาดริด ประเทศสเปน เมื่อวันที่ 22 พ.ค. ว่าโครงการนี้ซึ่งประกาศเมื่อเดือน ม.ค. ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์จากผู้นำฝ่ายขวาจัดในสเปน และทั่วทั้งยุโรป แต่รัฐบาลผสมที่นำโดยพรรคสังคมนิยมแย้งว่า การย้ายถิ่นฐานจะช่วยให้เศรษฐกิจของสเปน เติบโตเร็วกว่าประเทศเพื่อนบ้านในยุโรป ผ่านการสร้างแรงงานรุ่นใหม่ ในขณะที่ประชากรโดยทั่วไปมีอายุมากขึ้น

นางปิลาร์ คันเซลา รมช.การย้ายถิ่นฐาน กล่าวว่า ในสัปดาห์ที่แล้ว รัฐบาลได้รับใบสมัครมากกว่า 200,000 ใบในเดือนแรกของโครงการ โดยผู้สมัครจำนวนมากได้รับใบอนุญาตทำงานชั่วคราว เมื่อใบสมัครของพวกเขาได้เริ่มเข้าสู่การดำเนินการแล้ว

เธอกล่าวว่า แผนดังกล่าวป็นแนวทางที่ชาญฉลาด ซึ่งจะทำให้บริการสาธารณะและเงินบำนาญ มีความยั่งยืนมากขึ้น ขณะที่ในขณะนี้ สเปนต้องการคนช่วยจ่ายเงินสมทบเข้าระบบประกันสังคม ประมาณ 2.4 ล้านคนในอีก 10 ปีข้างหน้า

แคนเซลา กล่าวว่า หน่วยงานต่าง ๆ โดยได้รับการสนับสนุนจากองค์กรพัฒนาเอกชน และสำนักงานเฉพาะกิจ เตรียมพร้อมที่จะรับมือกับใบสมัครมากถึง 1 ล้านใบ ซึ่งมากกว่าความต้องการที่คาดการณ์ไว้ถึง 2 เท่า และมีแผนที่จะช่วยเหลือผู้อพยพให้หางานทำอย่างเป็นทางการ

ด้านสถาบันวิจัยฟันกัสประเมินว่า มีผู้อพยพที่ไม่มีเอกสารประมาณ 840,000 คน กำลังทำงานนอกระบบ ขณะที่กลยุทธ์การจับคู่งานมีเป้าหมายที่จะช่วยให้คนกลุ่มนี้จำนวนหลายพันคน ออกจากเศรษฐกิจนอกระบบ เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาคส่วนสำคัญ ๆ

นอกจากนั้น รัฐบาลกำลังร่วมมือกับกลุ่มธุรกิจในภาคการก่อสร้าง การท่องเที่ยว การขนส่ง และบริการดูแล เพื่อประเมินความต้องการแรงงาน และประสานงานกับผู้อพยพที่ได้รับสถานะตามกฎหมาย ที่กำลังมองหางาน.

เครดิตภาพ : REUTERS