เมื่อวันที่ 22 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ว่าต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาทก่อนจึงจะบรรจุญัตติตั้ง กมธ.วิสามัญ ติดตามการใช้เงินกู้ พร้อมระบุว่าการที่พรรคประชาชน (ปชน.) เสนอตั้ง กมธ. ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน ฝ่ายบริหารยังไม่ได้ใช้เงินนั้น
น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า ประธานสภาโปรดวางตัวเป็นกลาง หยุดช่วยรัฐบาลหนีการตรวจสอบจากสภา แล้วฟังตน รัฐบาลอนุมัติเงินกู้ไปแล้ว 170,000 ล้าน กำลังจะเริ่มกู้และเงินจะถึงมือประชาชนใน 8 วันคือ วันที่ 1 มิ.ย. นี้ โดยยังไม่ได้มีการซักถามจากสภา และรัฐบาลยังไม่ได้อธิบายกับสังคมมากพอว่ากู้ไปแล้วแจกไปแล้ว จะช่วยประชาชนได้แค่ไหน ตั้งเป้าหมายอย่างไร 4 เดือนเงินเยียวยาหมดแล้วจะทำไงต่อ แถมยังลักไก่เอาเงินกู้ไปโปะกองทุนบัตรสวัสดิการที่ต้องแจกเงินตามสิทธิปกติ ซึ่งผิดวัตถุประสงค์ ฉีกทุกกฎ แหกทุกข้อจำกัด
“แล้วจะไม่ใช่ญัตติด่วนได้อย่างไร จะให้สภาเข้ามาตรวจสอบผ่านคณะกรรมาธิการวิสามัญได้ตอนไหน เพราะเมื่อไม่เป็นญัตติด่วน ต้องไปต่อคิวญัตติปกติซึ่งมีเป็นสิบญัตติ แล้วประธานสภายังอ้างอีกว่ารอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยก่อน ในเมื่อรัฐบาลเริ่มกู้แล้วโดยไม่ได้รอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย แล้วสภาจะรอทำไมก่อน ไหนจะต้องสู้กับรัฐบาลที่ไม่ยอมตั้ง กมธ.วิสามัญ ก็เหนื่อยมากพอแล้ว ยังมาโดนบล็อกว่าไม่รีบด่วนจากประธานสภาอีก จะปิดปากฝ่ายค้าน ช่วยรัฐบาลหนีการตรวจสอบกันไปถึงไหน” น.ส.ศิริกัญญา ระบุ
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ก็โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “จับตาดูวันนี้ ประธานสภาจะช่วยรัฐบาลหลบเลี่ยงการตรวจสอบโดยสภา ต่อกรณี พ.ร.ก.เงินกู้ 400,000 ล้านบาท หรือไม่ โดยวันนี้ จะเป็นบทพิสูจน์ว่าประธานสภา จะทำหน้าที่อย่างเป็นกลาง หรือจะมีส่วนในการช่วยรัฐบาลหลบเลี่ยงการตรวจสอบโดยสภา ต่อกรณี พ.ร.ก.เงินกู้ 400,000 ล้านบาท (ซึ่ง ครม. ได้มีมติให้เดินหน้าใช้แล้วเงินแล้ว)

พรรค ปชน. และพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่น ได้ยื่นญัตติด่วน เพื่อเสนอให้สภามีการตั้ง กมธ.วิสามัญ เพื่อติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล การใช้จ่ายงบประมาณตาม พ.ร.ก.เงินกู้ ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติที่สภาดำเนินการมาโดยตลอดสำหรับ พ.ร.ก.เงินกู้ ในอดีต และเป็นการดำเนินการที่ไม่จำเป็นต้องรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเมื่อยื่นไปแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการที่ประธานสภาจะต้องวินิจฉัยว่าญัตติดังกล่าว เป็นญัตติด่วนหรือไม่
หากวินิจฉัยว่าเป็นญัตติด่วน ก็จะบรรจุเข้ามาเป็นลำดับแรก และสภาจะได้พิจารณาญัตติในการตั้ง กมธ. พ.ร.ก.เงินกู้ สัปดาห์หน้า แต่หากวินิจฉัยว่าไม่เป็นญัตติด่วน ญัตติดังกล่าว ก็จะถูกบรรจุไปเข้าคิวตามปกติ ต่อท้ายอีกหลายสิบญัตติ และทำให้การเลื่อนขึ้นมาพิจารณาภายในสมัยประชุมนี้ เป็นไปไม่ได้ หากไม่ได้รับเสียงเห็นชอบจาก สส. รัฐบาล
ในวันนี้ เราจะได้เห็นวาระการประชุมสภาสัปดาห์หน้า ซึ่งจะบ่งบอกว่าตกลงแล้วประธานสภา จะวินิจฉัย ให้ญัตติตั้ง กมธ. พ.ร.ก.เงินกู้ เป็นญัตติด่วนหรือไม่ สำหรับตนแล้ว หากประธานสภาไม่วินิจฉัยให้ญัตติดังกล่าวเป็นญัตติด่วน เราคงจำเป็นต้องถามอย่างจริงจัง ว่าประธานสภาใช้หลักเกณฑ์อะไรในการวินิจฉัย
“เมื่อสัปดาห์ก่อน ทางประธานสภายังวินิจฉัยให้ญัตติ เรื่องแลนด์บริดจ์ เป็นญัตติด่วน เห็นด้วยที่ประธานสภาวินิจฉัยให้ญัตติ เรื่องแลนด์บริดจ์เป็นญัตติด่วน แต่ผมเห็นว่าหากประธานสภายังวินิจฉัยให้เรื่องการตั้ง กมธ.แลนด์บริดจ์ เป็นเรื่องด่วนได้ (แม้ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของคณะกรรมการศึกษา ที่เหลือเวลาอีกเกือบ 3 เดือนเต็ม) ประธานสภาก็ไม่ควรจะมีเหตุผลใดๆ ที่จะไม่วินิจฉัยให้เรื่องการตั้ง กมธ. พ.ร.ก.เงินกู้ (ซึ่ง ครม. มีมติให้เดินหน้าใช้เงินแล้ว) เป็นเรื่องด่วนเช่นกัน
ถ้าประธานสภาไม่วินิจฉัยให้ญัตติตั้ง กมธ. พ.ร.ก.เงินกู้ เป็นเรื่องด่วน ก็อดสงสัยไม่ได้ ว่าประธานสภากำลังใช้อำนาจของตนเองเพื่อช่วยรัฐบาลในการหนีการตรวจสอบของสภา กรณีการใช้เงินจาก พ.ร.ก.เงินกู้ ที่จงใจเอาเงินเยียวยาประชาชนเป็นตัวประกัน เพื่อสอดไส้โครงการพลังงาน 200,000 ล้านบาท
วันนี้ มาร่วมกันติดตามวาระประชุมสภาสัปดาห์หน้าและผลการวินิจฉัยของประธานสภากัน”.



