นับเป็นหนึ่งในครอบครัวผู้ผลิตสื่อและคอนเทนต์ระดับแถวหน้าของเมืองไทยที่มีทายาทและคนในครอบครัวร่วมบริหารงานกันอย่างมากมายเลย สำหรับ บริษัท กันตนา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ซึ่งล่าสุด “เต้-ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก” หรือ “เต้ กันตนา” ในฐานะหลานชายคนโตของตระกูล ก็ได้ออกมาเปิดเผยถึงเบื้องหลังการทำงานร่วมกันของคนในครอบครัว พร้อมแชร์แนวคิดการดูแลความสัมพันธ์ไม่ให้เกิดปัญหากันด้วย

เต้ ปิยะรัฐ เผยว่า “จริง ๆ เกิดปัญหาตลอดเวลาครับ เรางอนกันบ้าง ทะเลาะกันบ้างตลอดเวลา แต่ครอบครัวเรามีศูนย์รวมจิตใจคือคุณย่าและคุณพ่อด้วย เราถูกปลูกฝังมาว่ายังไงก็ต้องสามัคคีกัน วันที่ใครอาจจะท้อ อาจจะเหนื่อยไปขากเรา เราหันมาก็ยังเจอหน้ากันอยู่ที่บ้านอยู่ดี เพราะฉะนั้นมันเป็นข้อดีของครอบครัวกัลย์จาฤกว่า เราไม่เคยทิ้งกัน เราไม่เคยแย่ง ไม่เคยทะเลาะถึงขั้นรุนแรงจนแตกแยก ยังไม่เคยมีและหวังว่าจะไม่มี และตัวเต้เองก็ตั้งปณิธานไว้เลยในฐานะที่เป็นหลานคนโตว่า ถ้าเรามีปัญหามากขนาดนั้น คงหลีกทางไปจะง่าย และเหมาะสมกว่า ซึ่งมันยังไม่เคยเกิดขึ้นกับครอบครัวเรา แต่เราก็ไม่รู้ว่ารุ่นต่อๆ ไปหรือปีต่อๆ ไปจะมีปัจจัยอะไร เพราะว่าเดี๋ยวนี้การทำดีมันยากขึ้นเรื่อยๆ แต่ครอบครัวก็ยังตั้งใจที่จะทำดี

เราเป็นสายเลือดนักสื่อสารมวลชน เราถูกฝังมาว่าต้องมีอะไรบ้าง ต้องทำอย่างไรบ้าง เราก็รู้สึกว่าสิ่งนั้นคือปณิธานของครอบครัวเราทั้งหมดที่เราจะตั้งหน้าตั้งตาทำต่อไป ถึงแม้ว่าความดีมันจะทำยากในปัจจุบันนี้ ส่วนประเด็นข่าวครอบครัวที่เกิดในสังคมตอนนี้ เราไม่บอกว่าเข้าใจใครเลย เพราะแต่ละคนเจอปัญหาต่างกัน แต่ตัวเต้เองก็มีปัญหาในครอบครัวแบบหนึ่งเหมือนกัน เรารู้สึกว่าสิ่งที่ดีที่สุดที่จะทำได้ในวันนี้คือการฟัง การมีน้ำใจต่อกัน และให้กำลังใจต่อกัน มีเมตตาเยอะๆ อะไรที่อภัยได้ก็ให้อภัย แต่อะไรที่เกินไปก็ว่ากันไปตามกระบวนการ บ้านเมืองเราข้อดีคือเรามีระบบที่ดีและน่าเชื่อถือ ใครถูกใครผิดก็สามารถพูดชี้แจงในสิ่งที่ตัวเองเรียกร้อง ร้องเรียนได้ อะไรที่เลยจุดที่คุยกันเองไม่ได้ ก็ยังมีระบบที่น่าเชื่อถือให้พึ่งพาได้อยู่”

เต้ ปิยะรัฐ เผยต่อว่า “แต่เต้ยังยึดมั่นในสถาบันครอบครัวว่าสำคัญมากๆ เพราะว่าเป็นรากฐานของทุกอย่าง อย่างพวกเรา LGBTQ+ ทุกคนจะรู้เลยว่าครอบครัวมีความสำคัญแค่ไหน เพราะเติบโตมากับการได้รับการยอมรับมันเป็นสิ่งที่สำคัญ บางคนอาจไม่ได้สิทธิ์หรือการยอมรับตั้งแต่วันแรกมันเลยกลายเป็นปัญหาอีกหลายอย่างทวันนี้เราพูดถึงเทศกาลของเราด้วย เราก็อยากให้มาดูภาพยนตร์ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันตรงนี้ เพื่อให้รุ่นต่อๆ ไปในอนาคตได้เห็นความคิดที่หลากหลายและมิติอีกหลายอย่างที่เขาจะเก็ยไปคิดได้ในอนาคตว่าเขาจะปฎิบัติตัวยังไง ตอนนี้เรามีสมรสเท่าเทียม และสิทธิบางอย่างที่เราเรียกร้องมาได้แล้ว เราจะรักษาและส่งต่อสิ่งนี้ให้กับอนาคตได้อย่างไร อันนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญ คือทุกคนต่างมีปัญหาแตกต่างกันไป ปัญหาที่เจอจะเล็กหรือใหญ่ขึ้นอยู่กับช่วงอายุ อยู่ที่สิ่งแวดล้อม และปัจจัยหลายอย่างมาก แต่ในวันนี้สิ่งที่เต้พยายามจะทำมากในคอนเทนต์ที่ผลิตออกไปคือการให้กำลังใจส่วนหนึ่ง อย่างน้อยคอนเทนต์ของเราเข้าไปช่วยบรรเทา หรือทำให้เขารู้สึกดีในช่วงที่อยากจะพักใจ เต้ก็ถือว่าได้ทำหน้าที่ของตัวเองดีที่สุดในฐานะนักสื่อสารมวลชนแล้วครับ”

ขอบคุณภาพประกอบ : tae_kantana



