จากกรณีกลางดึกวันที่ 24 มี.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด และกู้ภัยและนักประดาน้ำ ร่วมกันค้นหาถุงดำที่ถูกนำมาทิ้งภายในคลอง ใกล้กับถนนเลียบคลองประปา อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ซึ่งต้องสงสัยว่าซุกซ่อนชิ้นส่วนมนุษย์ โดยเจ้าหน้าที่ปูพรมค้นหาตามลำคลองยาวกว่า 300 เมตร พบถุงดำ 6 ถุง เบื้องต้นตรวจสอบถุงดำทั้ง 6 ถุง พบว่า ภายในถุงมีศีรษะมนุษย์เพศหญิง ชิ้นส่วนลำตัวและอวัยวะส่วนต่างๆ ที่มีร่องรอยถูกของมีคม จึงประสานแพทย์นิติเวชเข้าตรวจสอบ โดยพบว่าร่างผู้เสียชีวิตคือ น.ส.แรม อายุ 21 ปี สัญชาติลาว
ขณะที่พี่ชาย-พี่สาวของผู้เสียชีวิต เล่าว่า น้องสาวมาทำงานที่ไทยพร้อมกับ นายต้อม ซึ่งเป็นแฟนหนุ่มสัญชาติลาว มานาน 2-3 ปี ก่อนเกิดเหตุน้องสาวโทรศัพท์มาหาเพื่อขอความช่วยเหลือและบอกว่าถูกแฟนทำร้ายร่างกายเป็นประจำ

แต่หลังจากนั้นไม่สามารถติดต่อน้องสาวได้ จึงเดินทางไปอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในซอยแจ้งวัฒนะ 14 เขตพื้นที่ สน.ทุ่งสองห้อง ซึ่งเป็นห้องพักของน้องสาวและนายต้อม เมื่อไปถึงห้องได้กลิ่นเหม็นคละคลุ้งทั่วบริเวณและเห็นคราบเลือดตรงประตูห้องน้ำ เชื่อว่าน้องสาวอาจได้รับอันตราย จึงเข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง

ตำรวจได้หลักฐานเป็นกล้องวงปิดของอาคารที่พัก พบว่า น.ส.แรม ไม่ได้ออกจากห้องตั้งแต่วันที่ 22 มี.ค. ขณะเดียวกันกล้องจงวรปิดยังบันทึกภาพนายต้อม เดินเข้าออกจากห้องหลายครั้ง พร้อมถือถุงดำ จึงเชื่อแน่ว่าแฟนหนุ่มรายนี้เป็นฆาตกรฆ่าหั่นศพแฟนสาวอย่างแน่นอน จนกระทั่งต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวนายต้อมได้ที่จังหวัดหนองคายขณะเตรียมตัวหลบหนีข้ามพรมแดนกลับบ้านเกิดที่ประเทศลาว ก่อนนำตัวกลับมาดำเนินคดีที่

ล่าสุด เมื่อวันที่ 26 พ.ค. ที่วัดช่องลม ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ดร.พรทิพา สุพัฒนุกูล หรือ ผอ.ฟ้า เจ้าของสถานีโทรทัศน์ฟ้าให้ทีวี และประธานมูลนิธิผู้ให้ย่อมใจเป็นสุข ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธีฌาปนกิจศพนางสาวแรมในวันนี้โดยในช่วงเช้ามีพิธีตามหลักศาสนาก่อนถวายภัตตาหารเพลแก่ภิกษุสงฆ์ โดย ผอ.ฟ้า เป็นเจ้าภาพรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทุกอย่างในงานศพตั้งแต่เมื่อคืนที่มีผ่านมาซึ่งมีการสวดพระอภิธรรมเพียง 1 คืน จนกระทั่งถึงพิธีฌาปนกิจศพในวันนี้

ต่อมาทางตัวแทนของ นายวิชัย บรรดาศักดิ์ นายกเทศมนตรีนครปากเกร็ด พ.ต.อ.ยุทธศิลป์ การินทร์ ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง ขึ้นทอดผ้าบังสกุล โดยมี ผอ.ฟ้า เป็นประธานทอดผ้าบังสกุลในวันนี้ จากนั้นเพื่อนๆของผู้เสียชีวิต ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นชาวลาว ต่างทยอยเดินขึ้นศาลาวางดอกไม้จันทน์ด้วยความโศกเศร้าเสียใจ บรรยายกาศสุดหดหู่

ขณะที่พี่ชายและพี่สาวผู้ตาย กล่าวว่า อยากให้กฎหมายลงโทษประหารชีวิตนายต้อมให้ตายตกตามน้องสาวไป น้องสาวเป็นคนที่รักครอบครัวทำงานเก็บเงินได้เท่าไหร่ก็จะส่งเงินกลับไปปลูกบ้านที่ลาว ตอนนี้ความฝันก็คงหยุดๆแค่นี้ ตอนนี้ก็มีเพียงแค่หลังคากับเสาบ้าน เพราะปกติธรรมดาครอบครัวก็ฐานะยากจนอยู่แล้ว พวกเรามาทำงานที่ประเทศไทยก็ได้แค่พอมีพอกินพอใช้

ขณะที่ ผอ.ฟ้า ได้สอบถามเรื่องราวและทราบความจริงแล้ว ก็รู้สึกสงสารจับใจ จึงได้มอบเงินในวันนี้เบื้องต้น 40,000 บาท โดยทราบว่าหากปลูกบ้านให้พ่อแม่ที่ลาวเสร็จ ต้องใช้เงินทั้งสิ้น 70 ล้านกีบหรือเป็นเงินไทย 100,000 บาท ทาง ผอ.ฟ้าเอง จึงได้พูดปลอบใจพร้อมทั้งรับปากว่าจะมอบทุนสนับสนุนอีก 60,000 บาทรวมเป็น 100,000 บาท เพื่อสานฝันต่อให้กับ น้องแรม เพื่อให้ดวงวิญญาณไปสู่ภพภูมิที่ดีไม่ต้องมีห่วงให้คอยพะวง ทำให้ครอบครัวน้องแรมกลั้นน้ำตาไม่อยู่ยกมือไหว้ขอบคุณที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือในครั้งนี้ และหากสร้างบ้านเสร็จเมื่อไหร่วันไหน ก็จะเรียนเชิญให้ ผอ.ฟ้า ไปเที่ยวและชมบ้านที่มอบให้ในวันนั้นด้วย