เรียกได้ว่ายังคงเป็นประเด็นดราม่าลุกลามอย่างต่อเนื่อง สำหรับเรื่องราวของซีรีส์เกาหลีย้อนยุคชื่อดัง “Perfect Crown” ที่ออกอากาศผ่านทางช่อง MBC ถึงแม้จะมีกำหนดออกจบไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ก็ยังคงเผชิญมรสุมกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังผู้ชมบางส่วนมองว่ารายละเอียดในเรื่องไม่ตรงตามประวัติศาสตร์จริง โดยล่าสุดประชาชนจำนวนมากร่วมลงชื่อยื่นคำร้องต่อรัฐสภากว่า 5 หมื่นรายชื่อภายในเวลาไม่กี่วัน เพื่อขอให้ตรวจสอบ และถอดถอนคอนเทนต์ ส่วนด้านช่อง MBC และทีมนักแสดงนำ “ไอยู–บยอนอูซอก” ออกแถลงการณ์ก้มหัวขอโทษในความไม่ละเอียดรอบคอบ พร้อมสั่งลบฉากเจ้าปัญหาทิ้งแล้ว แต่กระแสสังคมยังไม่จบ ลุ้นรัฐสภาเดินหน้าสั่งถอดถอนและทำลายไฟล์คอนเทนต์ออกจากแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งถาวร

ชนวนเหตุของกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกิดขึ้นหลังจากซีรีส์เรื่อง “Perfect Crown” ที่ออกอากาศผ่านทางช่อง MBC ได้เดินทางมาถึงตอนจบ และลาจอไปเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยในตอนที่ 11 ซึ่งเป็นฉากสำคัญในพิธีขึ้นครองราชย์ของ “องค์ชายอีอัน” (รับบทโดย บยอนอูซอก) ได้ปรากฏรายละเอียดที่ทำให้ผู้ชมชาวเกาหลีเกิดความไม่พอใจในฉากดังกล่าว เหล่าขุนนางได้พร้อมใจกันตะโกนคำถวายพระพรว่า “ชอนเซ ชอนเซ ชอนชอนเซ” (ทรงพระเจริญพันปี) และตัวพระราชาได้สวมใส่ “คูรยูมยอนรยูควาน” (หมวกมงกุฎเก้าสาย) ซึ่งในประวัติศาสตร์จริงเป็นคำศัพท์ และเครื่องแต่งกายที่ใช้สำหรับประเทศราชหรือรัฐบรรณาการที่มีศักดิ์ต่ำกว่าจักรพรรดิจีน ทำให้ผู้ชมมองว่าแม้ตัวละครจะเซ็ตติ้งให้เป็นเกาหลีใต้ยุคใหม่ในโลกสมมติที่มีสถาบันพระมหากษัตริย์ (ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข) แต่การใช้รายละเอียดดังกล่าวถือว่าไม่เหมาะสมและลดทอนศักดิ์ศรีของประเทศ
นอกจากนี้ ผู้ชมยังได้หยิบยกฉากการเผชิญหน้ากันระหว่าง “ซองฮีจู” (รับบทโดย ไอยู) และ “ยุนอีรัง” (รับบทโดย กงซึงยอน) ที่มีการนำเสนอพิธีชงชา และการดื่มชาในรูปแบบวัฒนธรรมจีน ซึ่งสร้างความกังวลให้กับสาธารณชนว่า ซีรีส์เรื่องนี้อาจไปเข้าทางกระบวนการ “การกลืนชาติและแทรงแซงทางวัฒนธรรมของจีน” ที่กำลังเป็นประเด็นอ่อนไหวอย่างมากในเกาหลีใต้

อย่างไรก็ตาม ปัญหาเรื่องการใช้คำราชาศัพท์ มารยาทในราชสำนัก และระบบการเมืองที่ไม่ตรงกับประวัติศาสตร์ยุคโชซอน ถูกตั้งข้อสังเกตมาตั้งแต่ช่วงเริ่มออกอากาศ ซึ่งในตอนแรกผู้ชมส่วนใหญ่เข้าใจว่าเป็น “ความอนุโลมในเชิงละคร” หรือเป็น “เรื่องแต่ง” แต่หลังจากซีรีส์อวสาน ฉากสำคัญเหล่านี้กลับถูกนำมาวิพากษ์วิจารณ์ซ้ำ จนกระแสสังคมมองว่าส่งผลกระทบต่ออัตลักษณ์และอธิปไตยทางวัฒนธรรมของชาติ จนลุกฮือขึ้นมาต่อต้านในที่สุด
หลังจากกระแสสังคมทวีความรุนแรงขึ้น ทางทีมงานผู้ผลิตได้ออกแถลงการณ์ยอมรับความผิดพลาดว่า “พวกเราไม่ได้ตรวจสอบกระบวนการเปลี่ยนแปลงของราชประเพณีในประวัติศาสตร์โชซอนอย่างละเอียดถี่ถ้วนพอ” ขณะเดียวกัน นักแสดงนำอย่าง “ไอยู” และ “บยอนอูซอก” พร้อมด้วยผู้กำกับ “พัคจุนฮวา” และนักเขียนบท “ยูจีวอน” ก็ได้ออกจดหมายแถลงการณ์ขอโทษอย่างเป็นทางการเพื่อแสดงความรับผิดชอบที่ไม่ได้พิจารณาเนื้อหาให้ดี

ด้านสถานีโทรทัศน์ MBC พยายามแก้ปัญหาด้วยการตัดเสียงคำว่า “ชอนเซ” ออกในตอนแรก แต่เมื่อกระแสสังคมยังคงไม่ยอม ในวันที่ 22 พฤษภาคมมที่ผ่าน ทางสถานีจึงได้ตัดสินใจขั้นเด็ดขาดด้วยการ “ลบฉากพิธีราชาภิเษกดังกล่าวออกไปทั้งหมด” จากทุกช่องทาง อย่างไรก็ตาม มาตรการแก้ไขและคำขอโทษเหล่านี้ก็ไม่อาจหยุดยั้งความต้องการในการตรวจสอบของประชาชนได้
ความไม่พอใจของผู้ชมนำไปสู่การเปิดแคมเปญลงชื่อเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 บนเว็บไซต์ระบบยื่นคำร้องอิเล็กทรอนิกส์ของรัฐสภาเกาหลีใต้ (National Assembly Petition) ในหัวข้อ “คำร้องขอให้ระงับการออกอากาศและดำเนินการลบคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มสื่อต่าง ๆ ของซีรีส์ที่มีประเด็นบิดเบือนประวัติศาสตร์”


ผู้ยื่นคำร้องระบุว่า แม้ซีรีส์จะใช้ฉากหลังเป็นเรื่องแต่งในโลกสมมติ แต่กลับหยิบยืมเครื่องแต่งกาย มารยาท และคำศัพท์ของจีนมาใช้อย่างไม่ยั้งคิด พร้อมเรียกร้องมาตรการขั้นสูงสุดคือ “ไม่ใช่แค่การตามแก้ไข แต่ต้องสั่งระงับการออกอากาศ และทำลายไฟล์คอนเทนต์ทั้งหมดออกจากแพลตฟอร์ม VOD และ OTT ทั้งในและต่างประเทศโดยสิ้นเชิง” รวมถึงขอให้รัฐบาลมีมาตรการลงโทษบริษัทผู้ผลิตในอนาคต เพื่อไม่ให้ใช้คำว่า “เรื่องแต่ง” เป็นข้ออ้างในการละเลยความถูกต้องทางวัฒนธรรมอีก
- 22 พฤษภาคม 2569: เริ่มเปิดให้ประชาชนร่วมลงชื่อ (กำหนดการเดิมถึง 21 มิถุนายน)
- 24 พฤษภาคม 2569 (ผ่านไป 2 วัน): ยอดลงชื่อพุ่งทะลุ 52% อย่างรวดเร็วหลังเกิดการแชร์ต่อในโลกออนไลน์และ SNS
- 26 พฤษภาคม 2569 (ผ่านไป 4 วัน): ช่วงเช้า ยอดลงชื่อทะลุ 50,000 คน บรรลุเป้าหมาย 100% ตามเงื่อนไขทางกฎหมาย

จากการที่คำร้องดังกล่าวมีผู้ลงชื่อสนับสนุนครบ 50,000 คนภายในระยะเวลาไม่ถึง 30 วัน ตามกฎหมายรัฐสภาและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง คำร้องนี้จะถูกส่งต่อเข้าสู่กระบวนการของรัฐสภาอย่างเป็นทางการโดยทันที

ขั้นตอนหลังจากนี้ คำร้องจะถูกนำเข้าสู่วาระของ คณะกรรมาธิการสามัญที่รับผิดชอบโดยตรง เพื่อเริ่มทำการพิจารณาตรวจสอบ จากนั้นจะส่งต่อไปยัง คณะอนุกรรมการพิจารณาคำร้องเรียน เพื่อประเมินข้อเท็จจริงและความเหมาะสม หากทางรัฐสภาเห็นพ้องว่าข้อเรียกร้องของประชาชนมีมูลความจริงและมีความชอบธรรม ก็จะดำเนินการส่งเรื่องต่อไปยังหน่วยงานรัฐบาลและคณะกรรมการมาตรฐานการสื่อสารแห่งเกาหลี (KCC) เพื่อพิจารณามาตรการทางกฎหมายต่อไป ซึ่งเหตุการณ์นี้กำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากอุตสาหกรรมบันเทิงเกาหลีใต้ในฐานะกรณีศึกษาสำคัญของการผลิตซีรีส์ในโลกสมมติ แต่อิงบริบททางวัฒนธรรมสากล



