วันนี้ (26 ส.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานกรณีที่กำลังได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ในประเทศจีน เมื่อพนักงานหญิงคนหนึ่งประสบภาวะกล้ามเนื้อสลาย (Rhabdomyolysis) ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ หลังถูกเจ้านายบังคับให้ทำท่าสควอตหรือท่าลุกนั่ง 200 ครั้ง เพื่อเป็นการลงโทษที่ทำยอดขายไม่ได้ตามเป้า โดยหลังลงโทษเสร็จสิ้น เธอแทบจะยืนและเดินไม่ได้
รายงานข่าวระบุเพียงนามสมมติของพนักงานหญิงคนนี้ว่า “หยาง” เธอเพิ่งย้ายมายังเมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียง ทางตะวันออกของประเทศจีน เพื่อเริ่มทำงานในตำแหน่งที่ปรึกษาทางการเงินของบริษัทนายหน้าสินเชื่อแห่งหนึ่งเมื่อเดือนมิถุนายน
งานของเธอเน้นการโทรศัพท์เสนอขายบริการเป็นหลัก โดยที่ “จาง” ผู้จัดการทีมของเธอ ได้กำหนดเป้าหมายต่อวันไว้ว่า พนักงานแต่ละคนต้องโทรหาลูกค้าวันละ 200 สาย เชิญลูกค้ามาติดต่อ 1 ราย และต้องหาลูกค้าที่แสดงความสนใจใช้บริการให้ได้ 1 ราย
กระทั่งวันที่ 28 กรกฎาคม หยางไม่สามารถทำยอดได้ตามเป้า จางจึงเสนอเงื่อนไขให้เธอเลือกระหว่างการทำท่าสควอต 100 ครั้ง หรือจ่ายเงินปรับ 50 หยวน (ประมาณ 240 บาท) ต่อภารกิจหนึ่งอย่างที่ทำไม่สำเร็จ เนื่องจาก หยาง ทำงานไม่ได้ตามเป้าหมายและต้องการรักษาหน้าที่การงานไว้ เธอจึงเลือกรับโทษด้วยการทำท่าสควอตรวม 200 ครั้ง โดยประกาศว่า “ฉันไม่มีเงิน”


หยาง ได้ถ่ายคลิปวิดีโอตอนที่เธอทำท่าสควอตเป็นชุดๆ ตามจุดต่างๆ ในอาคารสำนักงานส่งให้หัวหน้าดูเป็นหลักฐาน ซึ่งในคลิปแสดงให้เห็นว่า หลังจากทำท่าสควอตช่วงสุดท้ายจนเสร็จ เธอก็ไม่สามารถลุกขึ้นยืนตรงได้และเดินเซ โดยมีรายงานว่าเธอรู้สึกเจ็บขาทั้งสองข้างอย่างรุนแรง
เนื่องจากปัญหาทางการเงิน หยางจึงไม่ได้ไปพบแพทย์ทันที จนกระทั่ง 5 วันต่อมา เธอสังเกตเห็นปัสสาวะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเข้ม เมื่อเธอไปตรวจที่โรงพยาบาล แพทย์ได้วินิจฉัยว่าเธอป่วยเป็นภาวะกล้ามเนื้อสลาย ซึ่งเกิดจากเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อที่สลายตัวอย่างรวดเร็วและปลดปล่อยสารภายในเซลล์เข้าสู่กระแสเลือด หากมีสารเหล่านี้ในปริมาณมากอาจส่งผลเสียต่อไตและนำไปสู่ภาวะไตวายที่เป็นอันตรายถึงชีวิต
ผลการตรวจพบว่าระดับเอนไซม์คริเอทีนไคเนสในร่างกายเธอพุ่งสูงเกิน 16,000 U/L ซึ่งโดยทั่วไป ค่าเพียง 1,000 U/L ก็มากพอที่จะเข้าข่ายผู้ป่วยโรคนี้แล้ว นับว่าโชคดีที่เธอไม่เกิดภาวะไตวาย จากนั้น แพทย์ให้คำแนะนำแก่เธอว่าควรจะพักผ่อนและหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักๆ
หยาง เสียค่ารักษาพยาบาลไปทั้งสิ้น 1,400 หยวน (ประมาณ 6,800 บาท) อีกทั้งอาการป่วยทำให้เธอไม่สามารถทำงานหรือรับการลงโทษต่อได้ เธอจึงตัดสินใจลาออกเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม และเชื่อว่าบริษัทมีเจตนาบีบเธอให้ออกจากงานด้วยการตั้งเป้าหมายที่ไม่อาจเป็นไปได้จริง
ต่อมา เธอได้ติดต่อไปยังผู้จัดการจางเพื่อเรียกร้องค่ารักษาพยาบาล ค่าเดินทาง และค่าชดเชยการบาดเจ็บทางร่างกายอีก 15,000 หยวน (ประมาณ 73,000 บาท) เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพระหว่างพักฟื้น 75 วัน เนื่องจากสภาพร่างกายยังไม่พร้อมหางานใหม่ แต่จางปฏิเสธข้อเรียกร้องและแนะนำให้เธอใช้ฟ้องร้องทางกฎหมายแทน
หยาง จึงร้องเรียนผ่านรายการโทรทัศน์รายการหนึ่ง ซึ่งเมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังผู้จัดการจาง เขาก็ยอมรับว่ามีพฤติกรรมละเมิดกฎหมายแรงงานจริง แต่ยืนยันว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับบริษัท และไม่สามารถจ่ายเงินชดเชยจำนวนดังกล่าวได้
ปัจจุบัน หยางได้นำเรื่องเข้าแจ้งต่อหน่วยงานตรวจสอบแรงงานที่ดูแลบริษัทนี้แล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าจะดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไป ทั้งนี้ ตามกฎหมายแรงงานของจีน หากนายจ้างเหยียดหยามหรือลงโทษทางร่างกายลูกจ้าง บุคคลที่รับผิดชอบอาจต้องรับโทษจำคุกสูงสุด 15 วัน
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
ที่มา : scmp.com



