สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงดับลิน ประเทศไอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 27 พ.ค. ว่า รัฐบาลไอร์แลนด์ ซึ่งเป็นหนึ่งในฝ่ายที่วิพากษ์วิจารณ์สงครามของอิสราเอลในฉนวนกาซาอย่างเปิดเผยที่สุด เคยให้คำมั่นว่าจะคว่ำบาตรนิคมของอิสราเอลเมื่อเดือน ต.ค. 2567 แต่กฎหมายดังกล่าวถูกระงับ เนื่องจากแรงกดดันจากนักการเมืองฝ่ายค้านที่มุ่งเป้าขยายขอบเขตการแบนให้ครอบคลุมการค้าบริการ และจากนักล็อบบี้ของบริษัทข้ามชาติที่ต้องการยกเลิกร่างกฎหมายฉบับนี้
แหล่งข่าวรายงานเมื่อเดือน ต.ค. ปีที่แล้วว่า ร่างกฎหมายข้างต้นจะจำกัดเฉพาะสินค้าเท่านั้น ซึ่งนายกรัฐมนตรีไมเคิล มาร์ติน ผู้นำไอร์แลนด์ ยืนยันเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และกล่าวว่า การขยายขอบเขตครอบคลุมบริการต่าง ๆ นั้น “ไม่สามารถนำไปปฏิบัติได้” และ “ไม่คุ้มค่า”
Ireland pushes to pass a ban on goods from Israeli settlements in the occupied West Bank by mid-July, despite mounting pressure from Israel and US lawmakers.https://t.co/FBERl3yvLd
— Quds News Network (@QudsNen) May 26, 2026
ด้านสำนักงานสถิติกลางของไอร์แลนด์ (ซีเอสโอ) ระบุว่า การจำกัดกฎหมายการแบนเฉพาะสินค้า จะส่งผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์ไม่กี่รายการที่นำเข้าจากดินแดนที่อิสราเอลยึดครอง เช่น ผลไม้ ซึ่งมีมูลค่าเพียง 200,000 ยูโร (ราว 7.6 ล้านบาท)
“เราสนับสนุนการแก้ปัญหาอย่างสันติมาโดยตลอด แต่มันเห็นได้อย่างชัดเจนจากการกระทำครั้งล่าสุดของรัฐบาลอิสราเอล โดยเฉพาะความรุนแรงของผู้ตั้งถิ่นฐานที่เพิ่มขึ้นในเขตเวสต์แบงก์ และความรุนแรงที่ต่อเนื่องในเลบานอน ว่าพวกเขาไม่มีความปรารถนาที่จะเลือกเส้นทางนี้” นางเฮเลน แมคเอนที รมว.การต่างประเทศไอร์แลนด์ กล่าว
อนึ่ง แมคเอนที กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า เธอหวังว่าจะผ่านกฎหมายฉบับนี้ไปพร้อมกับเบลเยียม เนเธอร์แลนด์ และอาจรวมถึงสโลวีเนีย ซึ่งให้คำมั่นว่าจะออกกฎหมายห้ามเช่นกัน.
เครดิตภาพ : REUTERS



