หากย้อนไล่ดู ไทม์ไลน์หน้าประวัติศาสตร์ตลาดทองคำไทยในปี 2569 นี้ จะเห็นภาพวงจรที่เรียกได้ว่า “ขึ้นสุด ดิ่งโหด” สุดๆ จากเดือนมกราคมที่ราคาทำสถิติ All-Time High พุ่งทะยานจนสร้างปรากฏการณ์ใหม่ทะลุ 80,000 บาท สู่ขณะนี้ที่ราคาปรับฐานลงมารุนแรงหลุดราคา 70,000 บาท ทำเอาบรรดานักลงทุนที่ยังค้างดอยในระดับ 80,000 บาท ถึงกับหน้าซีดไปตามๆ กัน

เมื่อไล่เรียงสถานการณ์ราคาตลอด 5 เดือน มานี้จะพบว่า

มกราคม 2569 : ช่วงจุดพลุ New High ประวัติศาสตร์ ทะลุ 80,000 บาท!

ถือเป็นการเปิดฉากปีใหม่ด้วยความร้อนแรงแบบไม่มีใครตั้งตัวทัน จากการที่ทองคำโลก (Gold Spot) พุ่งทะยานทะลุ 4,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และไปไกลถึงระดับสูงสุดที่กว่า 5,588 ดอลลาร์ต่อออนซ์ บวกกับแรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์รอบใหม่และการอ่อนค่าของเงินบาท

ด้านสมาคมค้าทองคำปรับราคาขึ้นรายวันแบบกระโดด จนทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (All-Time High) ของประเทศที่ระดับ บาทละ 81,850-81,950 บาท ในช่วงปลายเดือนมกราคม กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่ทำเอาเยาวราชแทบแตก! และมกราคมเพียงเดือนเดียวราคาปรับขึ้นมาถึง +9,250 บาท

กุมภาพันธ์ 2569 : ยืนระยะบนยอดดอย ก่อนสัญญาณเตือนภัยเริ่มทำงาน

โดยที่ราคาเริ่มทรงตัวในระดับสูงและมีความผันผวนรุนแรง มีแรงซื้อจากกลุ่มคนรุ่นใหม่และผู้ลงทุนสถาบันเข้ามาพยุงในช่วงแรก แต่เมื่อสัญญาทองคำโลกเริ่มตึงตัวและมีการทำรอบกำไร (Take Profit) ของกองทุนขนาดใหญ่ ราคาจึงเริ่มมีจังหวะสะดุด ผลลัพธ์ในเดือนนี้ แม้จะยังปิดบวกได้ประมาณ +3,400 บาท แต่เป็นสัญญาณเตือนว่า “แรงซื้อเริ่มแผ่วลง” ที่แนวต้านสำคัญ

มีนาคม 2569 : มหกรรมเทขายหลุด 70,000 บาท

เกิดการพลิกมุมกลับของตลาดอย่างรุนแรงเมื่อธนาคารกลางและกองทุนยักษ์ใหญ่อย่าง SPDR เทขายทองคำออกมาต่อเนื่อง เพื่อโยกเงินกลับเข้าสินทรัพย์อื่น ประกอบกับตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ และนโยบายดอกเบี้ยที่ทำให้นักลงทุนปรับพอร์ต

ทำให้ราคาทองไทยดิ่งเหวรุนแรง บางวันทิ้งตัวลงทีเดียวเกือบ 2,000 บาท ส่งผลให้ราคาหลุดแนวรับสำคัญที่ 80,000 บาท…หลุด 75,000 บาท… และในที่สุดก็ร่วงหลุดระดับจิตวิทยาที่บาทละ 70,000 บาท ลงไปอย่างรวดเร็ว 

ผลลัพธ์ในเดือนนี้จึงกลายเป็นเดือนที่นักลงทุนเจ็บตัวที่สุด โดยราคารวมปรับลดลงไปถึง -6,400 บาท ภายในเดือนเดียว

เมษายน-พฤษภาคม 2569: ช่วงสร้างฐานใหม่ 

หลังจากดิ่งลงไปแตะจุดต่ำสุดของรอบ หลุดไปถึงโซน 64,000-65,000 บาทในบางช่วง ราคาทองคำก็เริ่มแกว่งตัวจำกัดวงเพื่อสร้างฐานใหม่ ตลาดลดความร้อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด

ขณะที่ระดับราคาปัจจุบัน (ปลายพฤษภาคม) กลับขึ้นมาขยับทรงตัวและเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 68,000-69,500 บาท และยังคงพยายามทดสอบเพื่อจะกลับไปยืนเหนือ 70,000 บาทอีกครั้ง แต่ปริมาณการซื้อขายเริ่มเบาบางลงเมื่อเทียบกับช่วงต้นปี