เมื่อวันที่ 28 พ.ค. ที่Stadium One เขตปทุมวัน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. เบอร์ 9 เปิดเวทีแรกกับการเปิดตัว 250+ นโยบาย จากทีมชัชชาติ เพื่อพาให้ ‘กรุงเทพฯ ​ทำงาน’ ในทุกระดับ ก้าวกระโดดไปสู่มหานครแห่งความหวังและโอกาส พร้อมรับฟังวิสัยทัศน์และแผนงานจาก ‘ชัชชาติ สิทธิพันธุ์’ หลังลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ในสมัยที่สอง โดยมีกลุ่มทีมงานชัชชาติ และประชาชนมาร่วมรับฟังกันเต็มลาน  โดยทันทีที่นายชัชชาติ เดินทางมาถึงได้เดินทักทายกลุ่มทีมงานและประชาชนที่มารอฟังนโยบาย ซึ่งมีประชาชนเข้ามาขอถ่ายภาพกันอย่างคึกคัก ท่ามกลางอากาศที่ยังร้อนระอ

ต่อมา เวลา 18.25 น. นายชัชชาติ ได้ขึ้นเวที พร้อมกล่าวทักทายผู้ที่มาฟังนโยบาย พร้อมกล่าวถึงความรู้สึกตอนขึ้นไปจับเบอร์ว่า มีความตื่นเต้นและลุ้นเพราะเหลืออยู่2 เบอร์ ซึ่งเมื่อจับได้เบอร์9 ก็เหมือนเป็นการก้าวต่อไปข้างหน้า เมื่อครั้งที่แล้วได้เบอร์8 ครั้งนี้ได้เบอร์9 ก็เลยเชื่อว่าก้าวไปอย่างยกระดับ ก่อนไปฟังนโยบายที่ก้าวไปข้างหน้า ขอเคลียร์ใจเรื่องเส้นเลือดฝอยเส้นใหญ่กันก่อนว่า 4 ปีที่ผ่านมา ทีมชัชชาติทำอะไรที่เป็นเส้นเลือดใหญ่บ้าง

จ่ายหนี้ BTS 72,000 ล้านบาท รพ.เพิ่ม 4 แห่ง ทราฟฟี่ ฟองดู เป็นแอพพลิเคชั่นที่เปลี่ยนความคิดทำให้ข้าราชการ กลับมาทำงานหันหน้าเข้ามาหาประชาชน เป็นเส้นเลือดใหญ่ที่เปลี่ยนโครงสร้างราชการโดยไม่ต้องใช้งบประมาณ และแก้กฏหมาย การที่ประชาชนแจ้งเรื่องร้องเรียนเข้ามาเป็นจำนวนมาก ไม่ใช่ประชาชนเกลียด แต่เป็นความไว้วางใจที่ประชาชนมีให้แก่ข้าราชกาคในการแก้ปัญหา เส้นเลือดใหญ่ ก็คือ ลอกท่อ ,อุโมงค์ระบายน้ำ 5 แห่งซึ่งอุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอนก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว, ห้องปลอดฝุ่นในศูนย์เด็กเล็ก 115 แห่ง ปรับปรุงห้องคอม 598 ห้อง

“…ผมขอเถียงเรื่องมีแต่เส้นเลือดฝอย ไม่มีเส้นเลือดใหญ่ ความจริงแล้วเป็นเส้นเลือดฝอยที่ทรงพลัง ปีนี้เราชนะฝุ่นอย่างชัดเจนปริมาณฝุ่นลดลง 45% มาจากการใช้วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีหาจุดเผา ทำให้เห็นว่าเรามาถูกทางแล้วในการแก้ไขปัญหาฝุ่นอีกทั้งเรายังมีโครงการไม่เทรวม ที่ให้ประชาชนร่วมคัดแยกขยะ…” นายชัชชาติ กล่าวและเผยต่อไปว่า

สำหรับในอีก 4 ปีข้างหน้า หากได้รับเลือกตั้งกลับเข้ามาดำรงตำแหน่งผู้ว่ากทม.อีกครั้ง เรามี 251 โครงการ ที่สามารถทำได้ต่อเนื่องทันที การมันโนบายก็เหมือนเป็นการมีแผนปฏิบัติการ (Action Plan)  นอกจากนี้เรายังจะมีการสร้างแลนมาร์คแห่งใหม่คือ สะพานคนเดินข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา, ทำพิพิธภัณฑ์เมืองกรุงเทพฯ ซึ่งอันนี้อยู่ในแผน 4 ปีแรก แต่ตอนแรกยังไม่มีข้อมูลว่า พื้นที่ดินแดงไม่พอจึงอยู่ระหว่างการปรับปรุง, ศูนย์คนเมืองฝั่งธน หอศิลป์ พิพิธภัณฑ์เด็ก พื้นที่สาธารณะ โดยจะมีพื้นที่ให้ street food ขึ้นไปขายบน roof-top ใต้ มีพื้นที่ริมน้ำสวยงาม

สำหรับ 251 โครงการแบ่งออกเป็น 4 หมวด คือ คนอยู่ดี เมืองน่าอยู่ สู่โอกาสทางเศรษฐกิจและระบบมีประสิทธิภาพ  ประกอบด้วย หมวด คนอยู่ดี อาทิ สุขภาพ โดยคนกทม.จะได้ตรวจสุขภาพฟรีถ้วนหน้า ขยายกิจกรรมเพื่อสุขภาพ  ขยายการรองรับสิทธิบัตรทองปฐมภูมิเป็น 1.3ล้านสิทธิ์ จากเดิม 800,000 คน เพิ่มเตียงในโรงพยาบาลสังกัดกทม. 2000 เตียง และโรงพยาบาลในกทมจะรอหมอไม่เกิน 1 ชั่วโมงเฉพาะคนที่นัดคิวมาก่อน รวมทั้งยังมีด้านคุณภาพชีวิต การศึกษา

หมวดเมืองน่าอยู่ อาทิ การเดินทาง จะเพิ่มสกายวอล์คจากนานาไปอโศก-พร้อมพงษ์ หรือจากคลองสานไปถึงศูนย์คนเมืองฝั่งธน ,ทำทางเท้ามีหลังคา เช่นแยกปทุมวันถึวสะพานหัวช้าง,ถนนอังรีดูนังต์ถึงแยกเฉลิมเผ่าแยกสามย่านถึงแยกศาลาแดง,แยกสุทธิสารถึงแยกห้วยขวางและบริเวณถนนรามคำแหง

เรื่องการจัดการมลภาวะ การจัดการขยะโดยจะทำบางกอก green eco park พัฒนาโมเดลต้นแบบ เศรษฐกิจหมุนเวียนคืนพื้นที่กว่า 200ไร่ให้เป็นสวนป่า พื้นที่สีเขียว โดยจะมีการเพิ่มไม้ยืนต้นอีก 1ล้านต้น เพิ่มร่มเงาในเมือง ทำสวนป่าล้อมเมือง, ขึ้นทะเบียนต้นไม้มรดกกรุงเทพฯโดยเป็นการอนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่หากจะตัดต้องได้รับอนุญาต, ยกระดับคลินิกสัตว์กทมสำหรับสัตว์เลี้ยงที่ขึ้นทะเบียนกับกทม.

มีการตรวจสุขภาพฉีดวัคซีนประจำปี ตัดขนอาบน้ำ และปรึกษาสัตวแพทย์ออนไลน์ พื้นที่สาธารณะ ฟื้นอาคารเก่าเป็นพื้นที่สาธารณะ  สำหรับสาธารณภัย ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยอาคารและซ้อมดับเพลิงประจำปี ใช้เทคโนโลยีสร้างโมเดลจำลองเพื่อบริหารจัดการน้ำ กำหนดมาตรฐานหลังคาสามสี

“ไม่มั่วแน่นอน ทุกนโยบายมีตัวชี้วัดและวัดผลได้ ถ้าทีชัชมชาติได้เข้าไปทำงาน ก็จะติดตามผลได้ วันนี้ก็ได้เพิ่มอีก 1 นโยบาย ตอนที่ลงพื้นที่หาเสียงที่คลองเตย ก็ได้เรื่องของการทำศูนย์กายภาพบำบัดในชุมชน เพื่อให้คนที่ติดเตียงไม่ต้องเดินทางไปยังศูนย์บำบัดที่อยู่ไกล” นายชัชชาติ กล่าว

นอกจากนี้ นายชัชชาติ ยังกล่าวถึงความมีอิสระว่า  “…มีคนว่า ‘ชัชชาติ’ เป็นอีแอบหรือเปล่า อยู่พรรคเพื่อไทยหรือเปล่า ผมประกาศเดี๋ยวนี้เลย ผมไม่มี สก.ไม่สังกัดพรรค แต่พร้อมทำงานกับ สก.ทุกคนที่ประชาชนเลือกมา ก็อยากให้สก.ทุกคนพร้อมทำงานกับผู้ว่าฯทุกคนด้วย หัวใจสำคัญคือทำงานร่วมกันโดยเอาประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง…” 

นายชัชชาติ ยังได้ทิ้งท้ายด้วยการอ้างถึง ผลสำรวจที่ระบุว่า ประชาชน 78% มีความหวังว่ากรุงเทพฯ จะดีขึ้น ซึ่งตนถือเป็นหน้าที่สำคัญในการสร้างความมั่นใจในระบอบประชาธิปไตย ว่าสามารถตอบโจทย์และแก้ปัญหาของเมืองได้จริง และยังเชื่อมั่นว่า กรุงเทพฯ ยังมีความหวัง

ทั้งนี้ ในส่วน 250+ ACTION PLANS “ทีมชัชชาติ” ได้เปิดเว็บไซต์ รวมนโยบาย และผลงาน 4 ปีที่ผ่านมา ให้ประชาชนสามารถติดตามได้ที่  https://teamchadchart.com