เมื่อวันที่ 29 พ.ค. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สามารถ พรหมชาติ ผบก.น.9 พ.ต.อ.ธีระชัย เด็ดขาด รอง ผบก.น.9 สั่งการให้ พ.ต.อ.ธนะเมศฐ์ วิจิตรจริยา ผกก.สน.บางบอน พร้อมด้วย พ.ต.ท.ศุภกร กันมาลักษณ์ รอง ผกก.สส.สน.บางบอน ร่วมกับเจ้าหน้าที่ สำนักงาน ป.ป.ส.กทม. นำโดย นายอดิเรก อ่อนละมูล ผู้อำนวยการส่วนบังคับใช้กฎหมาย ป.ป.ส.กทม. และนางพัสพงค์ นิ่มสำลี ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตบางบอน พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.บางบอน และเจ้าหน้าที่สำน้กงาน ป.ป.ส.กทม. ลงพื้นที่ตรวจค้นโรงงานผลิตกัญชา ตั้งอยู่เลขที่ 74 บางบอน 4 ซอย 6 แขวงบางบอนเหนือ กทม. หลังเมื่อวันที่ (27 พ.ค.) ที่ผ่านมา สามารถจับกุมผู้ต้องหาเป็นชาวเวียดนาม ได้จำนวน 7 ราย ในข้อหา “ร่วมกันผลิตยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (สารสกัดกัญชา) โดยไม่ได้รับอนุญาต และรับคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน” พร้อมตรวจยึดของกลางกัญชาแปรรูปและยางกัญชา หรือแฮชชิช ได้เป็นจำนวนมาก แต่ไม่พบตัวเจ้าของโรงงานดังกล่าว

พ.ต.อ.ธนะเมศฐ์ วิจิตรจริยา ผกก.สน.บางบอน กล่าวว่า เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา ตำรวจ สน.บางบอน ร่วมกับเจ้าหน้าที่แพทย์แผนไทย และกองงานยาเสพติด อย. บูรณาการร่วมกันเข้ามาตรวจสอบโรงงานแห่งนี้ลักลอบผลิตกัญชา สามารถจับกุมแฮชชิช หรือยางกัญชาได้กว่า 15 กิโลกรัม จับกลุ่มผู้ต้องหาเป็นชาวเวียดนามดำเนินคดีไปก่อนหน้านี้ ทำให้วันนี้จึงประสานความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.กทม. และสำนักงานเขตบางบอน เพื่อมาสืบทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดจากการจำหน่ายยาเสพติด ผลการตรวจยึด เครื่องปรับอากาศแอร์ จำนวนกว่า 60 ตัว รวมราคาประมาณ 1 ล้านกว่าบาท และรถยนต์โตโยต้า 1 คัน ซึ่งจอดไว้ภายในโรงงานดังกล่าว

นายอดิเรก ผู้อำนวยการส่วนบังคับใช้กฎหมาย ป.ป.ส.กทม. กล่าวว่า หลังจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้การจับกุมผู้ต้องหา ในข้อหาผลิต-จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 (กัญชา) จึงนำไปสู่การยึดทรัพย์สิน โดยก่อนหน้านี้ยึดเงินสด และรถยนต์จำนวน 2 คัน โดยวันนี้ มีการตรวจยึดส่วนประกอบของอาคาร เป็นแอร์ ส่วนทรัพย์สินอื่น ๆ อยู่ระหว่างการตรวจสอบเพิ่มเติม ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่ามีความเชื่อมโยงกับโรงงานกัญชาเถื่อนบริเวณบางบอน 5 ซอย 3 ที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ปส. เข้าไปจับกุมก่อนหน้านี้หรือไม่ เนื่องจากพบมีใบอนุญาตในการปลูกและจำหน่ายกัญชาได้เฉพาะช่อและดอก แต่มีการลักลอบผลิตยางกัญชา ถือเป็นสารสกัดผิดกฎหมายยาเสพติดประเภทที่ 5 เป็นลักษณะเดียวกัน ซึ่งเข้าข่ายความผิดในข้อหาผลิตและจำหน่ายยาเสพติดประเภทที่ 5 จึงต้องมีการยึดทรัพย์สิน และตรวจสอบเส้นทางการเงิน

ผกก.สน.บางบอน กล่าวด้วยว่า ทั้ง 2 โรงงานดังกล่าวค่อนข้างมีความเชื่อมโยงกัน เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นชาวเวียดนามเหมือนกัน ซึ่งโรงงานดังกล่าวทางสำนักงานเขตบางบอนจะได้มีการตรวจสอบ แต่พบว่ากัญชาสามารถขออนุญาตปลูกได้ และบางคนยังสับสนว่ากัญชาปลูกได้หรือไม่ได้ ซึ่งได้รับความยืนยันจากกรมการแพทย์แผนไทยระบุว่า ยังสามารถปลูกได้ และต้องมีใบอนุญาตจำหน่ายและแปรรูป แต่ทำได้เฉพาะตามใบอนุญาต แต่หากนำมาปลูกแล้วแปรรูปเป็นสารสกัดกัญชา หรือยางกัญชา ก็ผิดกฎหมายถูกดำเนินคดี

นางพัสพงค์ นิ่มสำลี ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตบางบอน กล่าวว่า จะมีการทำหนังสือไปยังกรมการแพทย์แผนไทย กระทรวงสาธารณสุข เพื่อตรวจสอบสถานที่ขออนุญาตปลูกกัญชาในพื้นที่เขตบางบอนว่าอยู่บริเวณไหนบ้าง และจะร่วมกับ สน.บางบอน ตรวจสอบต่อไป

ทั้งนี้มีรายงานว่า พบนายทุนที่อยู่เบื้องหลัง จำนวน 2 ราย เป็นคนไทย 1 ราย และชาวเวียดนาม 1 ราย ซึ่งอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานขอหมายจับ.